แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ สายอำนวยการ 2569 ชุดที่ 2: 30 ข้อ พร้อมเฉลย (สอบ 29 พ.ย.)

📅 อัปเดตล่าสุด 11 ตุลาคม 2569 — สอบข้อเขียนสายอำนวยการและสนับสนุน (อก.1) และสายพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.2/พฐ.3) วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2569 เวลา 13.30–16.30 น. ขั้นต่อไปคือประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และเริ่มพิมพ์บัตรประจำตัวสอบในวันที่ 13 พ.ย. 2569

แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ สายอำนวยการ ชุดที่ 2 มี 30 ข้อ พร้อมเฉลยและวิธีคิดทุกข้อ ใช้เตรียมสอบข้อเขียนวันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2569 ได้ทั้งสาย อก.1 ของกองบัญชาการศึกษา (800 อัตรา) และสาย พฐ.2/พฐ.3 ของสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (100 อัตรา) เพราะทั้งสองประกาศใช้หลักสูตรเดียวกัน 150 ข้อ ทีมงาน naewsob เขียนข้อสอบชุดนี้ขึ้นใหม่ทั้งหมดตามขอบเขตในผนวก ฉ ของประกาศรับสมัคร ไม่ใช่ข้อสอบจริงหรือข้อสอบเก่า

ชุดนี้ต่างจาก แนวข้อสอบชุดที่ 1 (24 ข้อ ในบทความสรุปประกาศ) 3 เรื่อง เรื่องแรก จำนวนข้อของแต่ละวิชาคิดเป็น 1 ใน 5 ของข้อสอบจริง สัดส่วนจึงเท่ากับสนามสอบ เรื่องที่สอง หัวข้อไม่ซ้ำกับชุดที่ 1 เลย เรื่องที่สาม ข้อกฎหมายและระเบียบตรวจกับตัวบทฉบับรวมล่าสุด และมีเรื่องที่เพิ่งเปลี่ยน เช่น ความผิดฐานคุกคามทางเพศที่มีผลตั้งแต่ 30 ธ.ค. 2568 ส่วนวิธีใช้ ให้ทำครบ 30 ข้อภายใน 36 นาทีโดยไม่ใช้เครื่องคิดเลข จดคำตอบไว้ก่อนแล้วค่อยเปิดเฉลย จากนั้นตรวจกับตารางเฉลยรวมและแปลผลแยกภาคตามตารางท้ายบท

✅ ยังไม่ได้อ่านประกาศ? วิชาที่สอบ จำนวนข้อ เกณฑ์ผ่าน รอบสอง กฎห้องสอบ กำหนดการ และแนวข้อสอบชุดที่ 1 อยู่ในบทความหลัก สอบนายสิบตำรวจ สายอำนวยการ + พิสูจน์หลักฐาน 2569: สอบวิชาอะไร คะแนนเท่าไร ควรอ่านบทความนั้นก่อน แล้วค่อยกลับมาทำชุดนี้

📌 สรุปสั้น

  • สนามจริง: อา. 29 พ.ย. 2569 เวลา 13.30–16.30 น. · 150 ข้อ 150 คะแนน 3 ชั่วโมง · ต้องได้ไม่ต่ำกว่า 60% ในแต่ละภาค (ภาค 1 ≥ 24 จาก 40 และภาค 2 ≥ 66 จาก 110)
  • ชุดนี้ 30 ข้อ: ความสามารถทั่วไป 4 · ภาษาไทย 4 · IT 8 · งานสารบรรณ 6 · กฎหมาย 5 · ภาษาอังกฤษ 3 (สัดส่วน 1 ต่อ 5 ของข้อสอบจริง)
  • เฉลย: สารบรรณอ้างเลขข้อของระเบียบฯ ฉบับรวมแก้ไขถึงฉบับที่ 4 พ.ศ. 2564 · กฎหมายอ้างมาตรา · IT อ้างคู่มือ Microsoft Support · คณิตตรวจคำตอบ 2 วิธี
  • เรื่องที่ตำราเก่าอาจยังไม่มี: เด็กอายุไม่เกิน 12 ปีไม่ต้องรับโทษ (ป.อาญา ม.73) และความผิดฐานคุกคามทางเพศ (ม.284/1 มีผล 30 ธ.ค. 2568)
  • เกณฑ์เทียบของชุดนี้: ภาค 1 (ข้อ 1–8) ได้ 5 ข้อขึ้นไป และภาค 2 (ข้อ 9–30) ได้ 14 ข้อขึ้นไป

📋 สารบัญ

  1. ชุดที่ 2 ต่างจากชุดที่ 1 อย่างไร และวิธีใช้
  2. ภาค 1 · ความสามารถทั่วไป (ข้อ 1–4)
  3. ภาค 1 · ภาษาไทย (ข้อ 5–8)
  4. ภาค 2 · IT และคอมพิวเตอร์เพื่อสำนักงาน (ข้อ 9–16)
  5. ภาค 2 · งานสารบรรณ (ข้อ 17–22)
  6. ภาค 2 · กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ (ข้อ 23–27)
  7. ภาค 2 · ภาษาอังกฤษ (ข้อ 28–30)
  8. ตารางเฉลยรวม 30 ข้อ
  9. แปลผลคะแนนแบบแยกภาค
  10. 6 จุดที่สับสนง่ายและตัวเลขที่เปลี่ยนแล้ว
  11. คำถามที่พบบ่อย

ชุดที่ 2 ต่างจากชุดที่ 1 อย่างไร และวิธีใช้

ชุดที่ 1 ในบทความสรุปประกาศมี 24 ข้อ และบอกไว้ว่าสัดส่วนข้อไม่เท่ากับข้อสอบจริง ชุดที่ 2 จึงแบ่งจำนวนข้อตามน้ำหนักในผนวก ฉ โดยหารจำนวนข้อจริงของแต่ละวิชาด้วย 5 ตารางนี้บอกด้วยว่าแต่ละข้อฝึกหัวข้ออะไร ใช้วางแผนทบทวนส่วนที่ยังไม่แม่นได้

วิชาข้อสอบจริงชุดที่ 2ข้อที่หัวข้อในชุดนี้
ความสามารถทั่วไป (ภาค 1)2041–4อนุกรมแบบสลับ · การจัดตำแหน่ง · ค่าเฉลี่ย · ความน่าจะเป็น
ภาษาไทย (ภาค 1)2045–8การสะกดคำ · สำนวน · ภาษาเขียนราชการ · การอ่านสรุปความ
IT และคอมพิวเตอร์เพื่อสำนักงาน (ภาค 2)4089–16RAM · DNS · COUNTIF · VLOOKUP · Mail Merge · คีย์ลัด PowerPoint · Phishing · Bcc
งานสารบรรณ (ภาค 2)30617–22หนังสือภายใน · หนังสือเวียน · ตรากำหนดเก็บ · การยืม · การทำลาย · หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ (ภาค 2)25523–27ผู้เยาว์ทำนิติกรรม · อายุเด็กที่ไม่ต้องรับโทษ · กำหนดเวลาร้องทุกข์ · คุกคามทางเพศ · ข้อมูลอ่อนไหวตาม PDPA
ภาษาอังกฤษ (ภาค 2)15328–30Past Perfect · no later than · Would you mind…?
รวม150301–30ภาค 1 = ข้อ 1–8 · ภาค 2 = ข้อ 9–30

💡 วิธีใช้ให้ได้ผล: สนามจริงให้เวลา 180 นาทีสำหรับ 150 ข้อ หรือ 1.2 นาทีต่อข้อ ชุดนี้ 30 ข้อจึงควรจับเวลา 36 นาที ทำโดยไม่ใช้เครื่องคิดเลขเพราะห้องสอบไม่อนุญาตให้นำเครื่องคำนวณเลขเข้า จดคำตอบไว้ก่อนแล้วค่อยเปิดเฉลย และอ่านคำอธิบายทุกข้อ รวมถึงข้อที่ตอบถูก เพราะคำอธิบายบอกด้วยว่าตัวเลือกลวงผิดตรงไหน

ภาค 1 · ความสามารถทั่วไป (ข้อ 1–4)

ทบทวนก่อนทำ: ผนวก ฉ แบ่งวิชานี้เป็นการคิดเชิงเหตุผล (เหตุผลเชิงตรรกะ อุปมาอุปไมย อนุกรม มิติสัมพันธ์) และการคิดเชิงจำนวน (คำนวณพื้นฐาน อัตราส่วนและร้อยละ สมการและอสมการ เซต ความน่าจะเป็น สถิติพื้นฐาน การนำเสนอข้อมูล) ชุดที่ 1 ใช้อนุกรมแบบผลต่าง ร้อยละ ตรรกะ และเซตไปแล้ว ชุดนี้จึงเปลี่ยนเป็นอนุกรมแบบสลับ การจัดตำแหน่ง ค่าเฉลี่ย และความน่าจะเป็น ห้องสอบไม่อนุญาตให้นำเครื่องคำนวณเข้า จึงควรคิดมือทุกข้อ

ข้อ 1. จำนวนถัดไปของอนุกรม 5, 10, 8, 16, 14, 28, ? คือข้อใด

ก. 56

ข. 30

ค. 26

ง. 24

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ค. 26 — ดูการเปลี่ยนแปลงทีละคู่: 5 → 10 (×2), 10 → 8 (−2), 8 → 16 (×2), 16 → 14 (−2), 14 → 28 (×2) รูปแบบจึงสลับกันระหว่าง ×2 กับ −2 ขั้นถัดไปต้องเป็น −2 ได้ 28 − 2 = 26 ข้อ ก. 56 เป็นกับดักของคนที่เห็นแค่การคูณ 2 แล้วลืมว่าต้องสลับ (อนุกรมแบบสลับ 2 การดำเนินการ)

ข้อ 2. ตำรวจ 5 นาย คือ A, B, C, D และ E ยืนเรียงแถวหน้ากระดานจากซ้ายไปขวา โดยมีเงื่อนไขว่า (1) C ยืนตรงกลางแถว (2) A ยืนติดกับ C ทางด้านซ้าย (3) E ยืนริมขวาสุด (4) B ไม่ได้ยืนติดกับ A ใครยืนริมซ้ายสุด

ก. D

ข. B

ค. A

ง. E

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ก. D — ให้ตำแหน่งจากซ้ายเป็น 1–5 จากเงื่อนไข (1) C อยู่ที่ 3 จาก (2) A อยู่ที่ 2 จาก (3) E อยู่ที่ 5 เหลือ B กับ D สำหรับตำแหน่ง 1 และ 4 ถ้า B อยู่ที่ 1 จะยืนติดกับ A ซึ่งขัดเงื่อนไข (4) B จึงต้องอยู่ที่ 4 และ D อยู่ที่ 1 ลำดับเต็มคือ D – A – C – B – E ตรวจกลับ: B (ตำแหน่ง 4) ติดกับ C และ E ไม่ติดกับ A ถูกทุกเงื่อนไข (เหตุผลเชิงตรรกะ: การจัดตำแหน่ง)

ข้อ 3. คะแนนสอบย่อยของเจ้าหน้าที่ 5 คนมีค่าเฉลี่ย 12 คะแนน เมื่อนำคะแนนของคนที่ 6 มารวมด้วย ค่าเฉลี่ยของทั้ง 6 คนเพิ่มเป็น 13 คะแนน คนที่ 6 ได้กี่คะแนน

ก. 13

ข. 15

ค. 17

ง. 18

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ง. 18 — ผลรวมคะแนน = ค่าเฉลี่ย × จำนวนคน ผลรวมเดิม 12 × 5 = 60 ผลรวมใหม่ 13 × 6 = 78 คนที่ 6 จึงได้ 78 − 60 = 18 คะแนน ตรวจกลับ: (60 + 18) ÷ 6 = 13 ถูกต้อง ทางลัด: คนใหม่ต้องได้เท่าค่าเฉลี่ยใหม่ (13) บวกส่วนที่ไปเติมให้คนเดิม 5 คน คนละ 1 คะแนน = 13 + 5 = 18 ข้อ ก. 13 เป็นกับดักของคนที่คิดว่าคนใหม่ได้เท่าค่าเฉลี่ยใหม่ ส่วนข้อ ค. 17 มาจาก 12 + 5 ซึ่งใช้ค่าเฉลี่ยเดิมแทนค่าเฉลี่ยใหม่ (สถิติพื้นฐาน: ค่าเฉลี่ยเลขคณิต)

ข้อ 4. ถุงใบหนึ่งมีลูกบอลสีแดง 3 ลูก และสีน้ำเงิน 5 ลูก สุ่มหยิบลูกบอลพร้อมกัน 2 ลูก ความน่าจะเป็นที่จะได้ลูกบอลสีแดงทั้ง 2 ลูกเท่ากับข้อใด

ก. 9/64

ข. 3/28

ค. 3/8

ง. 1/4

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ข. 3/28 — วิธีที่ 1 นับจำนวนวิธี: เลือก 2 ลูกจาก 8 ลูกได้ (8 × 7) ÷ 2 = 28 วิธี เลือกสีแดง 2 ลูกจาก 3 ลูกได้ (3 × 2) ÷ 2 = 3 วิธี ความน่าจะเป็น = 3/28 วิธีที่ 2 คิดทีละลูก: ลูกแรกเป็นสีแดง 3/8 ลูกที่สองเป็นสีแดง 2/7 (เหลือแดง 2 จาก 7 ลูก) ได้ 3/8 × 2/7 = 6/56 = 3/28 ตรงกัน ข้อ ก. 9/64 = 3/8 × 3/8 คือกรณีหยิบแล้วใส่คืน ซึ่งไม่ตรงกับโจทย์ที่หยิบพร้อมกัน ส่วนข้อ ค. 3/8 เป็นเพียงโอกาสที่ลูกแรกเป็นสีแดง (ความน่าจะเป็น)

ภาค 1 · ภาษาไทย (ข้อ 5–8)

ทบทวนก่อนทำ: ชุดนี้ฝึกส่วนที่ชุดที่ 1 ยังไม่ได้ออก ได้แก่ การสะกดคำ สำนวน ภาษาเขียนราชการที่กระชับ และการอ่านสรุปความที่มีตัวลวงแบบ “สรุปเกินข้อมูล” ซึ่งอยู่ในขอบเขต “การใช้ถ้อยคำ สำนวน การใช้คำให้ตรงกับความหมาย กฎเกณฑ์และความนิยม” ตามผนวก ฉ

ข้อ 5. ข้อใดเขียนถูกต้องทุกคำ

ก. อนุญาติ ปรากฏ สังเกต

ข. โอกาส ประณีต รสชาด

ค. เกษียณ คลีนิก ผาสุก

ง. กะทันหัน ศีรษะ ลายเซ็น

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ง. กะทันหัน ศีรษะ ลายเซ็น — ทั้งสามคำในข้อ ง. เขียนถูกตามพจนานุกรม ข้อ ก. ผิดที่ “อนุญาติ” ต้องเขียน “อนุญาต” ข้อ ข. ผิดที่ “รสชาด” ต้องเขียน “รสชาติ” ข้อ ค. ผิดที่ “คลีนิก” ต้องเขียน “คลินิก” ส่วนรูปที่มักเขียนผิดของคำในข้อ ง. คือ “กระทันหัน” “ศรีษะ” และ “ลายเซ็นต์” (การเขียนสะกดคำ)

ข้อ 6. ข้อใดใช้สำนวนได้ถูกต้องตามความหมาย

ก. ที่ประชุมใกล้ได้ข้อสรุปแล้ว แต่เขายกเรื่องอื่นขึ้นมาพูดจนการประชุมออกนอกประเด็น เป็นการชักใบให้เรือเสีย

ข. เขาทำความดีโดยไม่หวังให้ใครรู้ จึงเป็นคนประเภทน้ำขึ้นให้รีบตัก

ค. ทั้งสองฝ่ายยอมลดราวาศอกให้กันจนตกลงกันได้ด้วยดี สมกับคำว่าขิงก็รา ข่าก็แรง

ง. เขาวางแผนเก็บเงินทุกเดือนล่วงหน้าหลายปีจนซื้อบ้านได้ เรียกว่าตำข้าวสารกรอกหม้อ

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ก. ชักใบให้เรือเสีย (ประชุมออกนอกประเด็น) — “ชักใบให้เรือเสีย” หมายถึง พูดหรือทำให้เรื่องที่กำลังดำเนินอยู่เขวออกนอกเรื่อง ตรงกับสถานการณ์ในข้อ ก. ข้อ ข. ผิดเพราะ “น้ำขึ้นให้รีบตัก” หมายถึง มีโอกาสดีควรรีบทำ ส่วนการทำความดีโดยไม่หวังให้ใครรู้ควรใช้ “ปิดทองหลังพระ” ข้อ ค. ผิดเพราะ “ขิงก็รา ข่าก็แรง” หมายถึง ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดละกัน ตรงข้ามกับการยอมลดราวาศอก ข้อ ง. ผิดเพราะ “ตำข้าวสารกรอกหม้อ” หมายถึง ทำแต่พอเฉพาะหน้าไปครั้งหนึ่ง ๆ ไม่คิดการล่วงหน้า ตรงข้ามกับการวางแผนเก็บเงินหลายปี (การใช้ถ้อยคำและสำนวน)

ข้อ 7. ข้อใดใช้ภาษาได้กระชับและเหมาะกับการเขียนหนังสือราชการที่สุด

ก. ที่ประชุมได้มีการพิจารณาและได้ทำการอนุมัติโครงการดังกล่าวแล้ว

ข. โครงการดังกล่าวได้ถูกอนุมัติโดยที่ประชุมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ค. ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติอนุมัติโครงการดังกล่าว

ง. ที่ประชุมก็อนุมัติโครงการนี้ให้ไปเรียบร้อยแล้วนะครับ

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ค. ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติอนุมัติโครงการดังกล่าว — ประโยคบอกครบว่าใคร (ที่ประชุม) ทำอะไร (พิจารณาแล้วมีมติอนุมัติ) โดยไม่มีคำเกิน ข้อ ก. ใช้ “ได้มีการ” และ “ได้ทำการ” ซึ่งเป็นคำฟุ่มเฟือย ตัดออกแล้วความหมายไม่เปลี่ยน ข้อ ข. ใช้โครงสร้าง “ได้ถูก…โดย…” แบบประโยคกรรมของภาษาอังกฤษ (ภาษาไทยนิยมใช้ “ถูก” กับเรื่องที่ไม่พึงประสงค์) และ “ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” ก็ซ้ำซ้อน ข้อ ง. มี “ก็” “ให้ไป” และ “นะครับ” ซึ่งเป็นภาษาพูด (ระดับภาษาและการเขียนหนังสือราชการ)

ข้อ 8. อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบว่าข้อใดสรุปได้ตรงกับข้อความมากที่สุด

“มิจฉาชีพทางโทรศัพท์มักแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ แจ้งว่าบัญชีของผู้รับสายเกี่ยวข้องกับคดี แล้วเร่งให้โอนเงินไป ‘ตรวจสอบ’ ภายในเวลาสั้น ๆ พร้อมกำชับว่าห้ามบอกใคร จุดร่วมของกลลวงเหล่านี้คือการสร้างความกลัวและความเร่งรีบ เพื่อไม่ให้เหยื่อมีเวลาคิดหรือปรึกษาผู้อื่น วิธีป้องกันที่ได้ผลจึงไม่ใช่การจำบทพูดของมิจฉาชีพให้ครบทุกแบบ แต่คือการหยุด วางสาย แล้วติดต่อหน่วยงานนั้นด้วยตนเองผ่านช่องทางที่เปิดเผยอย่างเป็นทางการ”

ก. การป้องกันที่ดีที่สุดคือจำบทพูดของมิจฉาชีพให้ได้ทุกรูปแบบ

ข. หัวใจของการป้องกันคือไม่ตัดสินใจขณะถูกกดดัน และตรวจสอบกับหน่วยงานผ่านช่องทางทางการด้วยตนเอง

ค. เจ้าหน้าที่รัฐไม่เคยโทรศัพท์ติดต่อประชาชนไม่ว่าด้วยเรื่องใด

ง. ผู้ที่ถูกหลอกส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ข. — ข้อความชี้ว่ากลลวงอาศัย “ความกลัวและความเร่งรีบ” แล้วสรุปวิธีป้องกันว่า “หยุด วางสาย แล้วติดต่อหน่วยงานนั้นด้วยตนเองผ่านช่องทางที่เปิดเผยอย่างเป็นทางการ” ข้อ ข. จึงสรุปได้ครบทั้งสองส่วน ข้อ ก. ขัดกับข้อความโดยตรง เพราะผู้เขียนบอกว่าการจำบทพูด “ไม่ใช่” วิธีที่ได้ผล ข้อ ค. สรุปเกินข้อมูล เพราะข้อความไม่ได้บอกว่าเจ้าหน้าที่ไม่เคยโทรหาประชาชน ส่วนข้อ ง. ไม่มีข้อมูลเรื่องอายุของผู้ถูกหลอกอยู่ในข้อความเลย (การอ่านสรุปความ: ระวังตัวเลือกที่สรุปเกินข้อมูล)

ภาค 2 · IT และคอมพิวเตอร์เพื่อสำนักงาน (ข้อ 9–16)

ทบทวนก่อนทำ: 8 ข้อนี้ครอบคลุมความรู้พื้นฐาน (หน่วยความจำ เครือข่าย) โปรแกรมสำนักงาน (Excel, Word, PowerPoint) และการใช้อีเมลอย่างปลอดภัย ข้อที่เป็นสูตรหรือคีย์ลัดอ้างอิงหน้าคู่มือ Microsoft Support ส่วนชื่อเมนูภาษาไทยอาจต่างกันเล็กน้อยตามรุ่นของโปรแกรม

ข้อ 9. หน่วยความจำหลักที่คอมพิวเตอร์ใช้พักโปรแกรมและข้อมูลระหว่างทำงาน และข้อมูลจะหายไปเมื่อปิดเครื่องหรือไฟดับ คือข้อใด

ก. RAM

ข. ROM

ค. ฮาร์ดดิสก์ (HDD)

ง. SSD

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ก. RAM — RAM (Random Access Memory) เป็นหน่วยความจำชั่วคราว (volatile) ที่ซีพียูใช้ทำงานกับโปรแกรมที่เปิดอยู่ จึงต้องบันทึกงานก่อนปิดเครื่อง ROM (Read-Only Memory) เก็บข้อมูลไว้ได้แม้ไม่มีไฟ เช่น เฟิร์มแวร์สำหรับเริ่มระบบ ส่วนฮาร์ดดิสก์และ SSD เป็นหน่วยเก็บข้อมูลสำรองที่ข้อมูลยังอยู่หลังปิดเครื่อง (ระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์)

ข้อ 10. เมื่อพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ เช่น www.police.go.th ลงในเบราว์เซอร์ ระบบใดทำหน้าที่แปลงชื่อโดเมนนั้นเป็นหมายเลข IP ของเครื่องแม่ข่าย เพื่อให้เครื่องของเราเชื่อมต่อได้ถูกเครื่อง

ก. DHCP

ข. FTP

ค. SMTP

ง. DNS

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ง. DNS — DNS (Domain Name System) ทำหน้าที่คล้ายสมุดรายชื่อของอินเทอร์เน็ต คือจับคู่ชื่อโดเมนที่คนจำง่ายกับหมายเลข IP ที่เครื่องใช้สื่อสารกัน ส่วน DHCP ใช้แจกหมายเลข IP ให้อุปกรณ์ในเครือข่ายโดยอัตโนมัติ FTP ใช้รับส่งไฟล์ และ SMTP ใช้ส่งอีเมล (การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายเบื้องต้น)

ข้อ 11. ในโปรแกรม Microsoft Excel เซลล์ A1 ถึง A5 มีค่า 45, 60, 75, 59 และ 80 ตามลำดับ สูตร =COUNTIF(A1:A5,”>=60″) จะให้ผลลัพธ์เท่าใด

ก. 2

ข. 3

ค. 4

ง. 5

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ข. 3 — COUNTIF นับจำนวนเซลล์ในช่วงที่ตรงกับเงื่อนไข เงื่อนไข “>=60” คือมากกว่าหรือเท่ากับ 60 ค่าที่ผ่านได้แก่ 60, 75 และ 80 รวม 3 เซลล์ (45 และ 59 ไม่ผ่าน) ข้อ ก. 2 เป็นกับดักของคนที่อ่านเงื่อนไขเป็น “มากกว่า 60” จึงไม่นับ 60 และอย่าสับสนกับ SUMIF ซึ่งรวมค่าตัวเลข ไม่ได้นับจำนวนเซลล์ (Microsoft Support: COUNTIF function)

ข้อ 12. ตารางใน Microsoft Excel มีหัวตารางในแถว 1 และข้อมูลในช่วง A2:C5 ดังนี้

ABC
1รหัสชื่องาน
2P01สมชายธุรการ
3P02สมหญิงการเงิน
4P03อารีย์พัสดุ
5P04วิชัยธุรการ

สูตร =VLOOKUP("P03",A2:C5,3,FALSE) จะแสดงผลเป็นข้อใด

ก. อารีย์

ข. การเงิน

ค. พัสดุ

ง. #N/A

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ค. พัสดุ — VLOOKUP ค้นหาค่า “P03” ในคอลัมน์แรกของช่วง A2:C5 (คอลัมน์ A) พบที่เซลล์ A4 แล้วคืนค่าจากคอลัมน์ที่ 3 ของช่วงในแถวเดียวกัน คือเซลล์ C4 = “พัสดุ” อาร์กิวเมนต์ FALSE หมายถึงต้องตรงกันทุกตัวอักษร (exact match) ข้อ ก. อารีย์ คือค่าในคอลัมน์ที่ 2 ข้อ ข. การเงิน อยู่คนละแถว (P02) ส่วน #N/A จะเกิดเมื่อหาค่าที่ค้นไม่พบในคอลัมน์แรก (Microsoft Support: VLOOKUP function)

ข้อ 13. งานธุรการต้องพิมพ์หนังสือเชิญประชุมข้อความเดียวกันถึงผู้รับ 120 คน โดยให้ชื่อและตำแหน่งของผู้รับแต่ละคนดึงมาจากรายชื่อในไฟล์ Excel โดยอัตโนมัติ ควรใช้ความสามารถใดของ Microsoft Word

ก. จดหมายเวียน (Mail Merge)

ข. ติดตามการเปลี่ยนแปลง (Track Changes)

ค. ค้นหาและแทนที่ (Find and Replace)

ง. หัวกระดาษและท้ายกระดาษ (Header & Footer)

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ก. จดหมายเวียน (Mail Merge) — Mail Merge เชื่อมเอกสารหลักเข้ากับรายชื่อผู้รับ (data source) เช่น ไฟล์ Excel แล้วแทรกช่องข้อมูล (merge field) อย่างชื่อและตำแหน่งลงในเอกสาร ทำให้ได้หนังสือเฉพาะของผู้รับแต่ละคนในครั้งเดียว เริ่มได้จากแท็บ Mailings ส่วน Track Changes ใช้บันทึกร่องรอยการแก้ไขเอกสาร Find and Replace ใช้ค้นหาและเปลี่ยนคำ และ Header & Footer ใช้ใส่ข้อความซ้ำที่ขอบบนและขอบล่างของทุกหน้า (Microsoft Support: Use mail merge for bulk email, letters, labels, and envelopes)

ข้อ 14. ระหว่างนำเสนองานด้วย Microsoft PowerPoint (Windows) ในโหมดนำเสนอ ผู้บรรยายต้องการให้หน้าจอเป็นสีดำชั่วคราวเพื่อให้ผู้ฟังหันมาฟัง แล้วกดซ้ำเพื่อกลับมาที่สไลด์เดิม ควรกดคีย์ใด

ก. W

ข. Esc

ค. F5

ง. B

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ง. B — ตามรายการคีย์ลัดของ Microsoft ระหว่างนำเสนอ กด B (หรือจุด .) เพื่อแสดงหน้าจอสีดำ และกดอีกครั้งเพื่อกลับสู่งานนำเสนอ ส่วน W (หรือจุลภาค ,) ทำให้หน้าจอเป็นสีขาว Esc ใช้จบการนำเสนอ และ F5 ใช้เริ่มนำเสนอจากสไลด์แรก ถ้าต้องการข้ามไปสไลด์ใดสไลด์หนึ่ง ให้พิมพ์หมายเลขสไลด์แล้วกด Enter (Microsoft Support: Use keyboard shortcuts to deliver PowerPoint presentations)

ข้อ 15. เจ้าหน้าที่ได้รับอีเมลแจ้งว่า “บัญชีของท่านจะถูกระงับภายใน 24 ชั่วโมง กรุณาคลิกลิงก์เพื่อยืนยันชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน” ลิงก์พาไปยังหน้าเว็บที่หน้าตาคล้ายระบบจริงของหน่วยงาน ลักษณะนี้คือภัยคุกคามแบบใด

ก. DDoS

ข. Ransomware

ค. Phishing

ง. Brute-force attack

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ค. Phishing — ฟิชชิง (Phishing) คือการหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน โดยปลอมเป็นหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ มักเร่งเวลาให้รีบตัดสินใจและพาไปยังเว็บไซต์ปลอม วิธีรับมือคือไม่คลิกลิงก์ในอีเมลลักษณะนี้ ให้เข้าระบบจากที่อยู่เว็บที่รู้จักเอง แล้วแจ้งผู้ดูแลระบบ ส่วน DDoS คือการส่งทราฟฟิกจำนวนมากจนระบบล่ม Ransomware คือมัลแวร์ที่เข้ารหัสไฟล์แล้วเรียกค่าไถ่ และ Brute-force คือการสุ่มเดารหัสผ่านซ้ำ ๆ (ความปลอดภัยในการใช้อินเทอร์เน็ต)

ข้อ 16. ต้องการส่งอีเมลประชาสัมพันธ์ถึงประชาชน 50 คนในครั้งเดียว โดยไม่ให้ผู้รับแต่ละคนเห็นที่อยู่อีเมลของผู้รับคนอื่น ควรใส่ที่อยู่อีเมลของทุกคนไว้ในช่องใด

ก. To (ถึง)

ข. Bcc (สำเนาลับ)

ค. Cc (สำเนา)

ง. Subject (เรื่อง)

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ข. Bcc (สำเนาลับ) — ผู้ที่อยู่ในช่อง Bcc จะได้รับอีเมล แต่ผู้รับคนอื่นจะไม่เห็นว่ามีใครอยู่ในช่องนี้ มีเพียงผู้ส่งที่ดูรายชื่อ Bcc ได้จากโฟลเดอร์รายการที่ส่ง (Sent Items) ส่วนรายชื่อในช่อง To และ Cc ผู้รับทุกคนมองเห็นได้ การใช้ Bcc จึงช่วยไม่ให้ที่อยู่อีเมลของประชาชนถูกเปิดเผยต่อกัน ช่อง Subject เป็นหัวเรื่อง ไม่ใช่ช่องผู้รับ (Microsoft Support: Show, hide, and view the Bcc field)

ภาค 2 · งานสารบรรณ (ข้อ 17–22)

ทบทวนก่อนทำ: เลขข้อในเฉลยหมายถึงข้อของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 ฉบับรวมที่แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 4 พ.ศ. 2564 ชุดนี้ไม่ซ้ำหัวข้อกับชุดที่ 1 (ชนิดหนังสือ หนังสือสั่งการ ชั้นความเร็ว อายุการเก็บ 10 ปี หนังสือประทับตรา และการส่งมอบหนังสือครบ 20 ปี) และยังไม่ได้ออกข้อสอบจากระเบียบ ตร. ว่าด้วยประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 54 งานสารบรรณ ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งของวิชานี้

ข้อ 17. หนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธีน้อยกว่าหนังสือภายนอก ใช้ติดต่อภายในกระทรวง ทบวง กรม หรือจังหวัดเดียวกัน ต้องใช้กระดาษชนิดใด

ก. กระดาษบันทึกข้อความ

ข. กระดาษตราครุฑ

ค. กระดาษตราครุฑ แล้วประทับตราชื่อส่วนราชการด้วยหมึกแดง

ง. กระดาษขาวขนาดเอ 4 ที่ไม่มีตราครุฑ

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ก. กระดาษบันทึกข้อความ — ข้อ 12 นิยามหนังสือภายในไว้ตามโจทย์ และให้ใช้กระดาษบันทึกข้อความตามแบบที่ 2 ท้ายระเบียบ ข้อ 76 กำหนดว่ากระดาษบันทึกข้อความใช้ขนาดเอ 4 หรือเอ 5 พิมพ์ครุฑสูง 1.5 เซนติเมตรด้วยหมึกสีดำที่มุมบนด้านซ้าย ส่วนกระดาษตราครุฑ (ข้อ ข.) ใช้กับหนังสือภายนอกตามข้อ 11 และข้อ ค. คือรูปแบบของหนังสือประทับตรา ซึ่งข้อ 14 ให้ใช้กระดาษตราครุฑและข้อ 14.5 ให้ประทับตราชื่อส่วนราชการด้วยหมึกแดง

ข้อ 18. หนังสือที่มีถึงผู้รับเป็นจำนวนมากและมีใจความอย่างเดียวกัน (หนังสือเวียน) ให้เพิ่มรหัสตัวพยัญชนะใดไว้หน้าเลขทะเบียนหนังสือส่ง

ก. ด

ข. ร

ค. ส

ง. ว

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ง. ว — ข้อ 32 กำหนดให้หนังสือเวียนเพิ่มรหัสตัวพยัญชนะ “ว” หน้าเลขทะเบียนหนังสือส่ง ซึ่งกำหนดเป็นเลขที่หนังสือเวียนโดยเฉพาะ เริ่มตั้งแต่เลข 1 เรียงไปจนสิ้นปีปฏิทิน หรือจะใช้เลขที่ของหนังสือทั่วไปตามแบบหนังสือภายนอกอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้ และเมื่อผู้รับได้รับหนังสือเวียนที่ต้องให้หน่วยงานหรือบุคคลในบังคับบัญชาทราบด้วย ต้องจัดทำสำเนาหรือจัดส่งต่อให้โดยเร็ว

ข้อ 19. เมื่อหน่วยเก็บได้รับหนังสือที่ต้องเก็บไว้ตลอดไป เจ้าหน้าที่ต้องประทับตรากำหนดเก็บหนังสือด้วยคำใดและหมึกสีใด

ก. “เก็บถึง พ.ศ. ….” ด้วยหมึกสีน้ำเงิน

ข. “ห้ามทำลาย” ด้วยหมึกสีแดง

ค. “ห้ามทำลาย” ด้วยหมึกสีน้ำเงิน

ง. “เก็บตลอดไป” ด้วยหมึกสีดำ

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ข. “ห้ามทำลาย” ด้วยหมึกสีแดง — ข้อ 55.1 ให้ประทับตรากำหนดเก็บหนังสือไว้ที่มุมล่างด้านขวาของกระดาษแผ่นแรกของหนังสือ และลงลายมือชื่อย่อกำกับตรา โดยข้อ 55.1.1 หนังสือที่ต้องเก็บไว้ตลอดไป ให้ประทับคำว่า “ห้ามทำลาย” ด้วยหมึกสีแดง ส่วนข้อ 55.1.2 หนังสือที่เก็บโดยมีกำหนดเวลา ให้ประทับคำว่า “เก็บถึง พ.ศ. ….” ด้วยหมึกสีน้ำเงิน (ข้อ ก. คือกรณีนี้) และข้อ 73 กำหนดให้ตัวอักษรในตรานี้มีขนาดไม่เล็กกว่าตัวพิมพ์ 24 พอยท์ จำง่าย ๆ ว่า เก็บตลอดไปใช้สีแดง เก็บมีกำหนดใช้สีน้ำเงิน

ข้อ 20. ประชาชนรายหนึ่งขอยืมหนังสือราชการที่ส่งเก็บแล้วกลับไปอ่านที่บ้าน เจ้าหน้าที่ควรปฏิบัติอย่างไรตามระเบียบงานสารบรรณ

ก. ให้ยืมได้ไม่เกิน 7 วัน โดยจัดทำบัตรยืมหนังสือเก็บไว้แทนที่

ข. ให้ยืมได้ หากหัวหน้าส่วนราชการระดับแผนกอนุญาต

ค. ให้ยืมไม่ได้ แต่ให้ดูหรือคัดลอกได้ เมื่อได้รับอนุญาตจากหัวหน้าส่วนราชการระดับกองขึ้นไปหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

ง. ให้ยืมได้ทันที หากผู้ขอเป็นบุคคลที่มีชื่ออยู่ในหนังสือนั้น

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ค. — ข้อ 65 กำหนดว่าการให้บุคคลภายนอกยืมหนังสือจะกระทำมิได้ เว้นแต่จะให้ดูหรือคัดลอกหนังสือ ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าส่วนราชการระดับกองขึ้นไปหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายก่อน ข้อ ข. มาจากข้อ 62.4 ซึ่งใช้กับการยืมภายในส่วนราชการเดียวกัน (ผู้ยืมและผู้อนุญาตต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับแผนกขึ้นไปหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย) ไม่ใช่กับบุคคลภายนอก ถ้าเป็นการยืมระหว่างส่วนราชการ ข้อ 62.3 ให้ผู้ยืมและผู้อนุญาตเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับกองขึ้นไป ระเบียบไม่ได้กำหนดระยะเวลา 7 วันตามข้อ ก. และไม่มีข้อยกเว้นตามข้อ ง.

ข้อ 21. ข้อใดถูกต้องตามระเบียบงานสารบรรณในเรื่องการทำลายหนังสือ

ก. คณะกรรมการทำลายหนังสือประกอบด้วยประธานกรรมการและกรรมการอีกอย่างน้อยสองคน

ข. ให้สำรวจหนังสือที่ครบกำหนดอายุการเก็บภายใน 60 วันหลังสิ้นปีงบประมาณ

ค. หัวหน้าส่วนราชการระดับกองเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการทำลายหนังสือ

ง. มติของคณะกรรมการทำลายหนังสือต้องเป็นเอกฉันท์เท่านั้น

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ก. — ข้อ 67 (วรรคหนึ่งแก้ไขโดยระเบียบฯ ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2560) ให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมแต่งตั้งคณะกรรมการทำลายหนังสือ ประกอบด้วยประธานกรรมการและกรรมการอีกอย่างน้อยสองคน ข้อ ข. ผิดเพราะข้อ 66 นับ 60 วันหลังจากวันสิ้นปีปฏิทิน ไม่ใช่ปีงบประมาณ ข้อ ค. ผิดเพราะผู้แต่งตั้งคือหัวหน้าส่วนราชการระดับกรม ข้อ ง. ผิดเพราะข้อ 67 ให้ถือมติเสียงข้างมาก กรรมการที่ไม่เห็นด้วยให้ทำบันทึกความเห็นแย้งไว้

ข้อ 22. ตามระเบียบงานสารบรรณที่แก้ไขโดยระเบียบฯ ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2564 หนังสืออิเล็กทรอนิกส์มีอายุการเก็บอย่างไร

ก. เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปี เช่นเดียวกับหนังสือที่เป็นกระดาษ

ข. เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 1 ปี แล้วลบออกจากระบบได้ทันที

ค. ต้องลบออกจากระบบเมื่อครบ 20 ปี แล้วพิมพ์ฉบับกระดาษส่งหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

ง. ไม่มีอายุการเก็บ โดยปกติให้เก็บไว้ตลอดไป

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ง. ไม่มีอายุการเก็บ โดยปกติให้เก็บไว้ตลอดไป — ข้อ 89/5 (เพิ่มโดยระเบียบฯ ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2564 มีผลตั้งแต่ 23 ส.ค. 2564) กำหนดว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ไม่มีอายุการเก็บ โดยปกติให้เก็บไว้ตลอดไป เว้นแต่จำเป็นต้องเพิ่มพื้นที่จัดเก็บหรือมีเหตุจำเป็นอื่น หัวหน้าส่วนราชการจะสั่งให้ทำลายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ใช่เอกสารจดหมายเหตุและเก็บมาเกินกว่า 10 ปีแล้วก็ได้ โดยลบออกจากระบบ เริ่มจากฉบับที่เก็บไว้นานที่สุด ตัวเลข 10 ปีจึงเป็นเงื่อนไขของการสั่งทำลาย ไม่ใช่อายุการเก็บแบบหนังสือกระดาษตามข้อ ก. นอกจากนี้ข้อ 89/4 ให้สำรองข้อมูล (backup) ไว้อีกแห่งเป็นอย่างน้อย ในรูปแบบมาตรฐาน เช่น PDF ความละเอียดไม่น้อยกว่า 150 dpi

ภาค 2 · กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ (ข้อ 23–27)

ทบทวนก่อนทำ: ประกาศระบุขอบเขตเพียงความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันที่ประชาชนควรรู้ ไม่ได้ระบุชื่อกฎหมายเป็นรายฉบับ กฎหมาย 3 ฉบับในชุดนี้ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประมวลกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) ทีมงานเลือกมาเอง ไม่ใช่รายชื่อที่ประกาศกำหนด ทุกมาตราที่อ้างตรวจกับตัวบทฉบับรวมหรือราชกิจจานุเบกษาแล้ว และผนวก ฉ ระบุให้ใช้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน จึงต้องระวังตัวเลขที่เพิ่งแก้ไข (ข้อ 24 และข้อ 26)

ข้อ 23. นาย ก อายุ 17 ปี ยังไม่เคยสมรส ทำสัญญาซื้อรถจักรยานยนต์คันใหม่ราคา 65,000 บาทแบบผ่อนชำระ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากบิดามารดาซึ่งเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สัญญานี้มีผลอย่างไร

ก. สมบูรณ์ เพราะ นาย ก อายุเกิน 15 ปีแล้ว

ข. เป็นโมฆียะ

ค. เป็นโมฆะ ไม่มีผลมาตั้งแต่ต้น

ง. ยังไม่มีผลจนกว่า นาย ก จะอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ข. เป็นโมฆียะ — ป.พ.พ. มาตรา 19 กำหนดให้บุคคลบรรลุนิติภาวะเมื่ออายุ 20 ปีบริบูรณ์ (หรือเมื่อทำการสมรสตามมาตรา 20) นาย ก จึงยังเป็นผู้เยาว์ มาตรา 21 กำหนดว่าผู้เยาว์จะทำนิติกรรมใด ๆ ต้องได้รับความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน การที่ทำลงโดยปราศจากความยินยอมเป็นโมฆียะ คือมีผลไปก่อนแต่อาจถูกบอกล้างได้ และเมื่อบอกล้างแล้วให้ถือว่าเป็นโมฆะมาแต่เริ่มแรก (มาตรา 176) ข้อยกเว้นในมาตรา 22–24 คือ การที่เป็นเพียงเพื่อจะได้ไปซึ่งสิทธิหรือเพื่อให้หลุดพ้นจากหน้าที่ การที่ต้องทำเองเฉพาะตัว และการที่สมแก่ฐานานุรูปและจำเป็นในการดำรงชีพตามสมควร ไม่เข้ากับการซื้อรถแบบผ่อนชำระ ส่วนอายุ 15 ปีในข้อ ก. เป็นเกณฑ์ที่ผู้เยาว์ทำพินัยกรรมได้ (มาตรา 25) ไม่ใช่เกณฑ์ทำสัญญา

ข้อ 24. ตามประมวลกฎหมายอาญาฉบับปัจจุบัน เด็กอายุยังไม่เกินกี่ปีที่กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ และพนักงานสอบสวนต้องส่งตัวเด็กให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก

ก. 7 ปี

ข. 10 ปี

ค. 12 ปี

ง. 15 ปี

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ค. 12 ปี — มาตรา 73 วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 29) พ.ศ. 2565 บัญญัติว่าเด็กอายุยังไม่เกินสิบสองปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ และวรรคสองให้พนักงานสอบสวนส่งตัวเด็กให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก ก่อนแก้ไขตัวเลขนี้คือ 10 ปี (ข้อ ข.) ตำราเก่าจึงอาจยังใช้ตัวเลขเดิม ส่วนเด็กอายุกว่า 12 ปีแต่ยังไม่เกิน 15 ปี (ข้อ ง. คือเพดานของกลุ่มนี้) ก็ไม่ต้องรับโทษเช่นกัน แต่ศาลมีอำนาจใช้วิธีการสำหรับเด็กตามมาตรา 74 เช่น ว่ากล่าวตักเตือน หรือส่งไปสถานฝึกและอบรม

ข้อ 25. นาย ข ถูกเพื่อนบ้านใส่ความต่อบุคคลอื่นจนเสียชื่อเสียง ซึ่งเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 หากนาย ข ต้องการให้ดำเนินคดี ต้องร้องทุกข์ภายในกำหนดเวลาใด มิฉะนั้นคดีจะขาดอายุความ

ก. 1 เดือน นับแต่วันเกิดเหตุ

ข. 1 ปี นับแต่วันเกิดเหตุ

ค. 5 ปี นับแต่วันที่รู้ตัวผู้กระทำความผิด

ง. 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ง. 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด — มาตรา 333 กำหนดให้ความผิดฐานหมิ่นประมาทเป็นความผิดอันยอมความได้ และมาตรา 96 บัญญัติว่าในความผิดอันยอมความได้ ถ้าผู้เสียหายไม่ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความ จุดที่ต้องจำคือต้องรู้ครบทั้งสองอย่างจึงเริ่มนับ ไม่ได้นับจากวันเกิดเหตุ ทั้งนี้มาตรา 96 อยู่ภายใต้บังคับมาตรา 95 ซึ่งเป็นอายุความฟ้องคดีที่นับจากวันกระทำความผิด (ความผิดที่มีโทษจำคุกกว่า 1 เดือนถึง 1 ปี เช่น มาตรา 326 คือ 5 ปี) ตัวเลข 5 ปีในข้อ ค. จึงเป็นอายุความอีกแบบหนึ่งที่นับต่างกัน ไม่ใช่กำหนดเวลาร้องทุกข์

ข้อ 26. นาย ค ส่งข้อความและภาพที่ส่อไปในทางเพศถึงเพื่อนร่วมงานทางแอปพลิเคชันแชตซ้ำหลายครั้ง จนผู้รับรู้สึกอับอายและหวาดกลัว โดยไม่มีการสัมผัสร่างกาย ข้อใดถูกต้องตามประมวลกฎหมายอาญาที่แก้ไขโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2568

ก. ไม่เป็นความผิดอาญา เพราะไม่มีการสัมผัสร่างกาย

ข. อาจเป็นความผิดฐานคุกคามทางเพศ เพราะนิยามครอบคลุมการติดต่อสื่อสารและการกระทำผ่านระบบคอมพิวเตอร์

ค. เป็นความผิดได้เฉพาะเมื่อผู้ถูกกระทำเป็นเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี

ง. เป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้ในทุกกรณี

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ข. — พ.ร.บ.ฉบับที่ 30 พ.ศ. 2568 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 29 ธ.ค. 2568 มีผลตั้งแต่ 30 ธ.ค. 2568) เพิ่มนิยาม “คุกคามทางเพศ” ในมาตรา 1 (19) ให้ครอบคลุมการกระทำทางกาย วาจา การติดต่อสื่อสาร การติดตามรังควาน รวมถึงการกระทำด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ที่มีลักษณะส่อไปในทางเพศ โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนรำคาญ อับอาย ถูกเหยียดหยาม หวาดกลัว หรือได้รับความไม่ปลอดภัยในทางเพศ และเพิ่มมาตรา 284/1 ลงโทษผู้คุกคามทางเพศต่อผู้อื่นในกรณีที่การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดฐานอนาจาร ข้อ ก. จึงผิด (เหตุผลท้าย พ.ร.บ. ระบุว่าเดิมการกระทำลักษณะนี้มีเพียงความผิดลหุโทษฐานก่อความเดือดร้อนรำคาญ) ข้อ ค. ผิดเพราะการกระทำต่อเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีเป็นเหตุให้โทษหนักขึ้นตามมาตรา 284/1 วรรคสี่ ไม่ใช่เงื่อนไขของความผิด ข้อ ง. ผิดเพราะวรรคท้ายของมาตรา 284/1 ให้ความผิดตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสามเป็นความผิดอันยอมความได้ ตัวเลือกที่ถูกใช้คำว่า “อาจเป็น” เพราะจะเป็นความผิดหรือไม่ยังขึ้นกับข้อเท็จจริงและการพิสูจน์ในคดี

ข้อ 27. ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 ข้อใดไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคลประเภทที่ห้ามเก็บรวบรวมโดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูล (เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด)

ก. ชื่อ-นามสกุลและหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ติดต่องาน

ข. ประวัติอาชญากรรม

ค. ข้อมูลสุขภาพ

ง. ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือที่ใช้ยืนยันตัวตน

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ก. ชื่อ-นามสกุลและหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ติดต่องาน — ชื่อและเบอร์โทรศัพท์เป็น “ข้อมูลส่วนบุคคล” ตามนิยามในมาตรา 6 เพราะทำให้ระบุตัวบุคคลได้ แต่ไม่อยู่ในรายการของมาตรา 26 ซึ่งได้แก่ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นที่คณะกรรมการประกาศกำหนด มาตรา 26 ยังอธิบายว่าข้อมูลชีวภาพรวมถึงข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา และข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ (ข้อ ง.) และการเก็บรวบรวมประวัติอาชญากรรมต้องทำภายใต้การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือมีมาตรการคุ้มครองตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

ภาค 2 · ภาษาอังกฤษ (ข้อ 28–30)

ทบทวนก่อนทำ: ครบ 3 ส่วนตามประกาศ คือ Grammatical Structure, Reading Ability และ Conversation ข้อละหนึ่งส่วน

ข้อ 28. Choose the correct answer: “By the time the patrol car arrived, the suspect ______ through the back door.”

ก. escapes

ข. has escaped

ค. would escape

ง. had escaped

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ง. had escaped — “By the time + อดีต” บอกว่าอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดเสร็จไปก่อนหน้านั้นแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดก่อนในอดีตจึงใช้ Past Perfect (had + V3) คือผู้ต้องสงสัยหนีไปก่อนรถสายตรวจมาถึง ข้อ ก. เป็น Present Simple ข้อ ข. Present Perfect ใช้เชื่อมกับปัจจุบัน ไม่ใช้กับจุดเวลาในอดีตที่ระบุไว้ ส่วน would escape สื่อว่าจะหนีภายหลัง ซึ่งขัดกับความหมายของประโยค (Grammatical Structure: tense)

ข้อ 29. Read the notice and answer the question.

NOTICE: Applicants must submit the completed form to Room 204 no later than Friday, 20 November. Late submissions will not be accepted.

According to the notice, when can applicants submit the form?

ก. Only after Friday, 20 November

ข. Only on Friday, 20 November

ค. On or before Friday, 20 November

ง. Any day except Friday, 20 November

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ค. On or before Friday, 20 November — “no later than + เวลา” แปลว่า “ไม่ช้ากว่า” คือส่งได้จนถึงวันนั้นเป็นวันสุดท้าย จะส่งก่อนหรือส่งในวันนั้นก็ได้ ประโยคที่สอง “Late submissions will not be accepted.” ยืนยันว่าหลังจากวันนั้นจะไม่รับ ข้อ ก. จึงตรงข้ามกับประกาศ ข้อ ข. แคบเกินไป ส่วนข้อ ง. ไม่มีในประกาศ (Reading Ability: vocabulary in context)

ข้อ 30. Choose the most appropriate response.

A: “Would you mind if I opened the window? It’s quite hot in here.”
B: “______”

ก. Not at all. Please go ahead.

ข. Yes, I would. Please go ahead.

ค. Yes, please. I’d love to.

ง. No, I’m not.

📍 เฉลย + วิธีคิด

ตอบ ก. Not at all. Please go ahead. — “Would you mind if…?” ถามว่า “คุณจะขัดข้องไหมถ้า…” ถ้าอนุญาตต้องตอบในเชิงปฏิเสธว่า “ไม่ขัดข้อง” เช่น Not at all. ข้อ ข. ขัดกันเอง เพราะ Yes, I would. แปลว่าขัดข้อง แต่กลับบอกให้ทำ ข้อ ค. เป็นการตอบรับคำชวน ไม่ได้ตอบคำขออนุญาต ส่วนข้อ ง. ใช้กริยาช่วยไม่ตรงกับคำถาม (ถามด้วย would แต่ตอบด้วย am) (Conversation)

ตารางเฉลยรวม 30 ข้อ

ตรวจคำตอบหลังทำครบทุกข้อ ข้อไหนผิด ให้กลับไปอ่านคำอธิบายของข้อนั้น โดยเฉพาะส่วนที่บอกว่าตัวเลือกลวงผิดเพราะอะไร

ข้อตอบข้อตอบข้อตอบ
1ค11ข21ก
2ก12ค22ง
3ง13ก23ข
4ข14ง24ค
5ง15ค25ง
6ก16ข26ข
7ค17ก27ก
8ข18ง28ง
9ก19ข29ค
10ง20ค30ก

แปลผลคะแนนแบบแยกภาค

เกณฑ์ของสนามจริงคิดแยกรายภาค ไม่ได้ดูแค่คะแนนรวม จึงควรแปลผลชุดนี้ 2 ขั้น ขั้นแรกดูคะแนนรวม ขั้นที่สองเช็กว่าแต่ละภาคถึง 60% หรือไม่

คะแนนรวม (30)คิดเป็นความหมายทำอะไรต่อ
26–3087–100%ทำได้ดีทุกวิชาในชุดนี้ซ้อมจับเวลาให้ครบ 150 ข้อใน 3 ชั่วโมง และทวนข้อที่ตอบถูกเพราะเดา
21–2570–83%สูงกว่าเกณฑ์ 60% และมีระยะเผื่อดูว่าข้อที่ผิดอยู่วิชาไหนมากที่สุด แล้วทวนวิชานั้นก่อน
18–2060–67%อยู่ใกล้เส้นเกณฑ์เช็กแยกภาคตามกล่องด้านล่าง เพราะคะแนนรวมถึงเกณฑ์ไม่ได้แปลว่าผ่านทุกภาค
0–17ต่ำกว่า 60%ยังต่ำกว่าเกณฑ์กลับไปทวนตามแผนอ่านในบทความหลัก แล้วทำชุดนี้ใหม่อีกครั้งหลัง 1 สัปดาห์

⚠️ เช็กแยกภาค: ภาค 1 คือข้อ 1–8 (60% ของ 8 ข้อ = 4.8) ต้องได้อย่างน้อย 5 ข้อ ภาค 2 คือข้อ 9–30 (60% ของ 22 ข้อ = 13.2) ต้องได้อย่างน้อย 14 ข้อ ตัวอย่างสมมติ: ได้ภาค 1 = 4 ข้อ และภาค 2 = 18 ข้อ รวม 22 ข้อ (73%) ดูเหมือนดี แต่ภาค 1 ได้เพียง 50% ถ้าเป็นการสอบจริงจะไม่ผ่านเกณฑ์ ชุดนี้ใช้ทบทวนเท่านั้น ไม่ควรใช้คะแนนชุดนี้คาดการณ์ผลสอบจริง

6 จุดที่สับสนง่ายและตัวเลขที่เปลี่ยนแล้ว

ตัวลวงหลายข้อในชุดนี้มาจากความเข้าใจผิดหรือตัวเลขเก่าด้านล่าง ถ้ายังแยกไม่ออก ให้ทบทวนก่อนวันสอบ

เข้าใจผิด / ข้อมูลเก่าที่ถูกต้องตามตัวบทปัจจุบัน
เด็กอายุไม่เกิน 10 ปีกระทำความผิดไม่ต้องรับโทษปัจจุบันคือไม่เกิน 12 ปี (ป.อาญา ม.73 แก้ไขโดยฉบับที่ 29 พ.ศ. 2565) ข้อ 24
ส่งข้อความส่อไปในทางเพศโดยไม่แตะตัว ผิดได้แค่ลหุโทษก่อความเดือดร้อนรำคาญตั้งแต่ 30 ธ.ค. 2568 มีความผิดฐานคุกคามทางเพศ (ม.1 (19) และ ม.284/1) ครอบคลุมการกระทำผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ข้อ 26
ร้องทุกข์ความผิดอันยอมความได้ภายใน 3 เดือนนับจากวันเกิดเหตุนับจากวันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำ (ป.อาญา ม.96) ข้อ 25
ผู้เยาว์อายุ 15 ปีทำสัญญาเองได้15 ปีเป็นเกณฑ์ทำพินัยกรรม (ป.พ.พ. ม.25) นิติกรรมทั่วไปต้องได้รับความยินยอม มิฉะนั้นเป็นโมฆียะ (ม.21) ข้อ 23
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เก็บ 10 ปีเหมือนหนังสือกระดาษไม่มีอายุการเก็บ โดยปกติเก็บไว้ตลอดไป (ข้อ 89/5) 10 ปีเป็นเงื่อนไขที่หัวหน้าส่วนราชการอาจสั่งทำลายได้ ข้อ 22
ตรา “ห้ามทำลาย” ใช้หมึกสีน้ำเงิน“ห้ามทำลาย” ใช้หมึกสีแดง ส่วน “เก็บถึง พ.ศ. ….” ใช้หมึกสีน้ำเงิน (ข้อ 55.1.1–55.1.2) ข้อ 19

คำถามที่พบบ่อย

แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ สายอำนวยการ ชุดที่ 2 ต่างจากชุดที่ 1 อย่างไร ควรทำชุดไหนก่อน?

ชุดที่ 1 มี 24 ข้อ อยู่ท้ายบทความสรุปประกาศ และสัดส่วนข้อไม่เท่ากับข้อสอบจริง ชุดที่ 2 มี 30 ข้อ แบ่งตามน้ำหนักวิชาในผนวก ฉ และหัวข้อไม่ซ้ำกับชุดที่ 1 ทำชุดไหนก่อนก็ได้ แต่ถ้ายังไม่รู้โครงสร้างข้อสอบ ควรอ่านบทความชุดที่ 1 ก่อน ทำครบทั้งสองชุดจะได้ฝึก 54 ข้อ

ข้อสอบจริงมีกี่ข้อ ต้องได้คะแนนเท่าไรจึงผ่าน?

ข้อสอบข้อเขียนเป็นปรนัย 4 ตัวเลือก 150 ข้อ 150 คะแนน เวลา 3 ชั่วโมง ต้องได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ในแต่ละภาค คิดจากคะแนนเต็มได้ภาค 1 อย่างน้อย 24 จาก 40 และภาค 2 อย่างน้อย 66 จาก 110 โดยประกาศระบุให้คำนึงถึงหลักวิชาการวัดผลด้วย รายละเอียดการเรียงลำดับและกรณีคะแนนเท่ากันอยู่ในหัวข้อเกณฑ์ผ่านและวิธีเรียงลำดับ

วิชากฎหมายที่ประชาชนควรรู้ต้องอ่านกฎหมายฉบับไหน?

ประกาศไม่ได้ระบุชื่อกฎหมายเป็นรายฉบับ ระบุเพียงความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และผนวก ฉ ให้ใช้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน จึงควรอ่านตัวบทฉบับรวมล่าสุด ตัวอย่างเรื่องที่เปลี่ยนแล้วและตำราเก่าอาจยังไม่มี ได้แก่ อายุเด็กที่ไม่ต้องรับโทษเป็น 12 ปี (ป.อาญา ม.73) ความผิดฐานคุกคามทางเพศ (ม.284/1 มีผล 30 ธ.ค. 2568) และอายุขั้นต่ำในการสมรส 18 ปีบริบูรณ์ตามกฎหมายสมรสเท่าเทียม (ป.พ.พ. ม.1448 ซึ่งอยู่ในชุดที่ 1)

ระเบียบงานสารบรรณต้องอ่านฉบับไหน?

ผนวก ฉ กำหนด 2 ส่วน ส่วนแรกคือระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้แก่ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2548 ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2560 และฉบับที่ 4 พ.ศ. 2564 ซึ่งเพิ่มหมวดระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์และมีผลตั้งแต่ 23 ส.ค. 2564 ส่วนที่สองคือระเบียบ ตร. ว่าด้วยประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 54 งานสารบรรณ พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ชุดนี้และชุดที่ 1 ยังไม่ได้ออกข้อสอบจากระเบียบ ตร. ควรหาฉบับรวมแก้ไขล่าสุดจากเว็บไซต์หน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาอ่านเพิ่ม

ทำชุดนี้ควรจับเวลากี่นาที และใช้เครื่องคิดเลขได้ไหม?

ควรจับเวลา 36 นาที เพราะสนามจริงมีเวลาเฉลี่ย 1.2 นาทีต่อข้อ (180 นาที ÷ 150 ข้อ) และไม่ควรใช้เครื่องคิดเลข เพราะผนวก ช ห้ามนำเครื่องคำนวณเลข นาฬิกาข้อมือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดเข้าห้องสอบ รายการของที่นำเข้าได้และการแต่งกายดูได้ที่หัวข้อกฎห้องสอบและการแต่งกาย

🎯 ทำชุดที่ 1 แล้วหรือยัง?

อีก 24 ข้อพร้อมเฉลยอยู่ใน แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ สายอำนวยการ ชุดที่ 1 และดูวันสอบของหน่วยงานอื่นได้ที่ ปฏิทินสอบราชการ 2569

📚 บทความที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง: ประกาศกองบัญชาการศึกษา รับสมัครข้าราชการตำรวจชั้นประทวน พ.ศ. 2569 (กลุ่มสายงานอำนวยการและสนับสนุน) 26 พ.ค. 2569 · ประกาศสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สายงานวิทยาการ) 26 พ.ค. 2569 · ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 ฉบับรวมแก้ไขถึงฉบับที่ 4 พ.ศ. 2564 · สำนักกฎหมายและวิชาการศาลยุติธรรม: ประมวลกฎหมายอาญา ฉบับรวม (แก้ไขถึงฉบับที่ 30 พ.ศ. 2568) · สำนักงานกิจการยุติธรรม: ตารางเปรียบเทียบ ป.อาญา ฉบับที่ 29 พ.ศ. 2565 (มาตรา 73–74) · สำนักกฎหมายและวิชาการศาลยุติธรรม: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉบับรวม (แก้ไขถึงฉบับที่ 25 พ.ศ. 2568) · ราชกิจจานุเบกษา: พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 · Microsoft Support: COUNTIF function · Microsoft Support: VLOOKUP function · Microsoft Support: Use mail merge for bulk email, letters, labels, and envelopes · Microsoft Support: Keyboard shortcuts to deliver PowerPoint presentations · Microsoft Support: Show, hide, and view the Bcc field in Outlook

ข้อสอบในบทความนี้ทีมงานเขียนขึ้นใหม่ตามขอบเขตในผนวก ฉ ของประกาศรับสมัคร ไม่ใช่ข้อสอบจริงและไม่ได้มาจากหน่วยงานผู้จัดสอบ หลักสูตร วันสอบ และเกณฑ์อย่างเป็นทางการให้ยึดประกาศฉบับเต็มและประกาศที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกภายหลัง · อัปเดตล่าสุด 11 ตุลาคม 2569

📚 หนังสือเตรียมสอบนายสิบตำรวจ สายอำนวยการที่แนะนำ
ฝึกโจทย์ให้คล่องก่อนวันสอบ แล้วอ่านคู่กับแนวข้อสอบฟรีบนเว็บนี้
ตะลุยข้อสอบ นายสิบตำรวจ สายอำนวยการและสนับสนุนตะลุยข้อสอบ นายสิบตำรวจ สายอำนวยการและสนับสนุนเล่มฝึกโจทย์ · ขายแล้ว 1 พัน+ เล่มดูราคา › Infopress รวมคลังข้อสอบนายสิบตำรวจ สายอำนวยการInfopress รวมคลังข้อสอบนายสิบตำรวจ สายอำนวยการคลังข้อสอบพร้อมเฉลยดูราคา › คีย์ลัดเตรียมสอบนายสิบตำรวจ (SE-ED)คีย์ลัดเตรียมสอบนายสิบตำรวจ (SE-ED)สายปราบปราม สายอำนวยการและสนับสนุนดูราคา ›
ลิงก์ในกล่องนี้เป็นลิงก์ Shopee Affiliate หากสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์จะได้รับค่าคอมมิชชัน โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยน