📅 อัปเดตล่าสุด 8 ตุลาคม 2569 — ทบทวนคำอธิบายเฉลยทุกข้อกับตัวบทฉบับรวมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและสำนักงาน ก.พ.ร. แล้ว ภาค ก รอบ Paper & Pencil ปี 2569 ประกาศผลไปแล้ว ส่วนกำหนดการรอบปี 2570 ยังรอประกาศอย่างเป็นทางการ
ข้อสอบ ก.พ. ข้าราชการที่ดีชุดนี้เป็นแบบฝึก 25 ข้อ สำหรับวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดีในการสอบ ก.พ. ภาค ก ทุกข้อแต่งขึ้นใหม่เพื่อใช้ฝึก ไม่ได้นำมาจากข้อสอบจริง เฉลยแต่ละข้อบอกเลขมาตราที่ใช้ตอบและสถานะการแก้ไขของมาตรานั้น จะได้เปิดตัวบทตรวจซ้ำเองได้ทุกข้อ
วิชานี้เป็น 1 ใน 3 วิชาของภาค ก หน้าหลักสูตรการสอบภาค ก. ของสำนักงาน ก.พ. แบ่งเนื้อหาไว้ 5 หมวด แต่ไม่ได้ระบุชื่อกฎหมายรายฉบับ แบบฝึกนี้จึงใช้กฎหมาย 6 ฉบับกับประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนให้ครอบคลุมทั้ง 5 หมวด การจับคู่กฎหมายกับหมวดเป็นการจัดกลุ่มของบทความเอง ส่วนจำนวนข้อและรายละเอียดของสนามจริงในแต่ละรอบ ให้ตรวจในประกาศรับสมัคร
📌 สรุปเร็ว
- วิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดีมี 50 คะแนน เกณฑ์ผ่านไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ทุกระดับวุฒิ ตามหน้าหลักสูตรการสอบภาค ก. ของสำนักงาน ก.พ.
- ขอบเขตเนื้อหา 5 หมวดตามหลักสูตร ก.พ. (ดูหัวข้อที่ 1) แบบฝึกนี้ใช้กฎหมาย 6 ฉบับกับประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน
- แบบฝึกมี 25 ข้อ แบ่งเป็น 7 ชุดตามกฎหมาย เฉลยซ่อนอยู่ใต้แต่ละข้อ กดเปิดดูเมื่อพร้อม
- เฉลยทุกข้อบอกเลขมาตราที่ใช้ตอบและสถานะการแก้ไขของมาตรานั้น เช่น ม.38 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารฯ แก้ไขโดยฉบับที่ 7 พ.ศ. 2550
- ภาค ก รอบ Paper & Pencil ปี 2569 ประกาศผลแล้ว ส่วนรอบปี 2570 รอประกาศอย่างเป็นทางการ (รายละเอียดอยู่ในคำถามที่พบบ่อย)
- ท้ายบทความมีตารางเฉลยรวม และตาราง 10 จุดที่ควรแยกให้ออกก่อนเข้าห้องสอบ
📋 สารบัญ
- หลักสูตรวิชาข้าราชการที่ดี (ข้อมูลจาก ก.พ.)
- กฎหมายที่ใช้ในแบบฝึก และมาตราที่ถูกแก้ไขแล้ว
- ข้อสอบ ก.พ. ข้าราชการที่ดี 25 ข้อ พร้อมเฉลยอ้างอิงมาตรา
- ชุดที่ 1: พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ข้อ 1–5)
- ชุดที่ 2: พ.ร.ฎ.บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (ข้อ 6–9)
- ชุดที่ 3: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ข้อ 10–15)
- ชุดที่ 4: พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ (ข้อ 16–19)
- ชุดที่ 5: พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม (ข้อ 20–22)
- ชุดที่ 6: ป.อาญา ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ (ข้อ 23–24)
- ชุดที่ 7: ลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี (ข้อ 25)
- ตารางเฉลยข้อสอบ ก.พ. ข้าราชการที่ดี 25 ข้อ
- 10 จุดที่ควรแยกให้ออกก่อนเข้าห้องสอบ
- คำถามที่พบบ่อย
หลักสูตรวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี (ข้อมูลจาก ก.พ.)
ภาค ก ของสำนักงาน ก.พ. มี 3 วิชา คะแนนรวม 200 คะแนน วิชาข้าราชการที่ดีมีคะแนนเต็มเท่ากับวิชาภาษาอังกฤษ คือ 50 คะแนน แต่เกณฑ์ผ่านสูงกว่า สำนักงาน ก.พ. จัดสอบภาค ก ได้ 3 รูปแบบ คือ Paper & Pencil, e-Exam และภาค ก. พิเศษสำหรับส่วนราชการ รายละเอียดของแต่ละรูปแบบให้ตรวจในประกาศรับสมัครของรูปแบบนั้น ถ้าเริ่มวางแผนอ่านรอบถัดไปแล้ว ดูแผนอ่านสอบ ก.พ. Paper & Pencil 3 เดือน และฝึกวิชาคิดวิเคราะห์ควบคู่กันได้ที่ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก ความสามารถทั่วไป 30 ข้อ
| วิชา | คะแนนเต็ม | เกณฑ์ผ่าน |
|---|---|---|
| ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ | 100 | ต่ำกว่า ป.ตรี และ ป.ตรี ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 / ป.โท ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 65 |
| ภาษาอังกฤษ | 50 | ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 |
| ความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี | 50 | ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ทุกระดับวุฒิ |
| รวม | 200 | — |
ขอบเขตเนื้อหา 5 หมวดตามหลักสูตร ก.พ.
หน้าหลักสูตรการสอบภาค ก. ของสำนักงาน ก.พ. แบ่งเนื้อหาวิชานี้ออกเป็น (1) ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (2) หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (3) วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (4) หน้าที่และความรับผิดในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และ (5) เจตคติและจริยธรรมสำหรับข้าราชการ
กฎหมายที่ใช้ในแบบฝึก และมาตราที่ถูกแก้ไขแล้ว
ถ้าใช้หนังสือหรือสรุปที่จัดทำก่อนการแก้ไขในตารางนี้ (เช่น ก่อนปี 2562 สำหรับ พ.ร.ฎ.บ้านเมืองที่ดีและ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง) ให้เทียบกับสถานะการแก้ไขด้านล่างก่อน ตารางนี้สรุปจากเชิงอรรถในตัวบทฉบับรวมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
| กฎหมาย | หมวดเนื้อหา (จัดกลุ่มโดยบทความ) | ข้อ | สถานะการแก้ไขที่ควรรู้ |
|---|---|---|---|
| พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 | ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน | 1–5 | แก้ไขล่าสุดโดย (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2553 / ม.8 แก้ไขเพิ่มเติม และ ม.8 ทวิ–8 จัตวา เพิ่มโดยฉบับที่ 4 พ.ศ. 2543 / ม.38 แก้ไขโดยฉบับที่ 7 พ.ศ. 2550 / ม.52 วรรคสาม เพิ่มโดยฉบับที่ 7 พ.ศ. 2550 |
| พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 | หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี | 6–9 | (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ยกเลิก ม.13–15 และ ม.18 วรรคสาม / แก้ ม.16 วรรคหนึ่งเป็นแผนห้าปี / เพิ่ม ม.29 วรรคสอง (แพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง) / แก้ ม.33 วรรคหนึ่ง และ ม.34 / มาตราที่ใช้ในแบบฝึก (ม.6, 8, 37, 38, 43, 44) ไม่ถูกแก้ |
| พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 | วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง | 10–15 | (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 แก้ ม.27 และเพิ่ม ม.39/1 / (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 แก้ ม.44 วรรคสาม ยกเลิก ม.55–63 และเพิ่มหมวด 2/1 การบังคับทางปกครอง |
| พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 | หน้าที่และความรับผิดในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ | 16–19 | ไม่เคยแก้ไข |
| พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 | เจตคติและจริยธรรมสำหรับข้าราชการ | 20–22 | ไม่เคยแก้ไข (มี 22 มาตรา) |
| ประมวลกฎหมายอาญา ม.147–166 (ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ) | หน้าที่และความรับผิดในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ | 23–24 | ถ้อยคำ ม.148, 149, 157 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 / อัตราโทษของมาตราเหล่านี้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 |
| ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน (ก.พ. จัดทำตาม ม.6 พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม) | เจตคติและจริยธรรมสำหรับข้าราชการ | 25 | ประกาศ ณ 7 พ.ค. 2564 ลงราชกิจจานุเบกษา 20 พ.ค. 2564 มีผลตั้งแต่ 21 พ.ค. 2564 |
💡 ระวังตัวบทเก่า: ถ้าหนังสือหรือสรุปเล่มไหนเขียนว่าแผนปฏิบัติราชการเป็น “แผนสี่ปี” หรือยังมีเรื่อง “แผนการบริหารราชการแผ่นดิน” และ “แผนนิติบัญญัติ” ใน พ.ร.ฎ.บ้านเมืองที่ดี แปลว่าใช้ตัวบทก่อนแก้ไข ตัวบทปัจจุบันหลัง พ.ร.ฎ. (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 คือ ม.16 วรรคหนึ่งให้ส่วนราชการจัดทำแผนปฏิบัติราชการเป็นแผนห้าปี ซึ่งต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภา และแผนอื่นที่เกี่ยวข้อง ส่วน ม.16 วรรคสอง (ตัวบทเดิม ไม่ถูกแก้) ให้จัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีเสนอรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ฉบับเดียวกันยังยกเลิก ม.13–15 และ ม.18 วรรคสาม และเพิ่ม ม.29 วรรคสอง ให้การบริการประชาชนและการติดต่อประสานงานระหว่างส่วนราชการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลกลางที่สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) กำหนด
🔎 ข้อควรรู้เพิ่ม: ม.70 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินฉบับปัจจุบันยังระบุ “สุขาภิบาล” เป็นราชการส่วนท้องถิ่นรูปแบบหนึ่ง เพราะมาตรานี้ไม่เคยถูกแก้ แต่ในทางปฏิบัติไม่มีสุขาภิบาลแล้ว พ.ร.บ.เปลี่ยนแปลงฐานะของสุขาภิบาลเป็นเทศบาล พ.ศ. 2542 ม.3 ยกเลิกกฎหมายว่าด้วยสุขาภิบาล และ ม.4 ให้สุขาภิบาลที่มีอยู่ทั้งหมดมีฐานะเป็นเทศบาลตำบล ถ้าโจทย์ถามตามตัวบท ม.70 ให้ตอบว่ามี 4 รูปแบบ คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาล และราชการส่วนท้องถิ่นอื่น ถ้าถามสภาพปัจจุบัน ให้จำไว้ว่าไม่มีสุขาภิบาลแล้ว
ข้อสอบ ก.พ. ข้าราชการที่ดี 25 ข้อ พร้อมเฉลยอ้างอิงมาตรา
แบบฝึกแบ่งเป็น 7 ชุดตามกฎหมาย แต่ละชุดมีคำนำสั้น ๆ บอกว่าชุดนั้นเน้นประเด็นไหน และเฉลยของทุกข้อระบุเลขมาตราพร้อมสถานะการแก้ไขไว้ในวงเล็บ
✅ วิธีใช้แบบฝึกนี้: ทำให้ครบทั้งชุดก่อนแล้วค่อยเปิดเฉลย ข้อไหนตอบผิด ให้จดเลขมาตราไว้ แล้วไปอ่านตัวบทฉบับรวมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ลิงก์อยู่ในแหล่งอ้างอิงท้ายบทความ) จะช่วยให้จำได้แม่นกว่าการจำแค่ตัวเลือกที่ถูก
ชุดที่ 1: พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 (ข้อ 1–5)
ชุดนี้ถามโครงสร้างราชการ 3 ส่วน ฐานะนิติบุคคล ประเภทของกฎหมายที่ใช้ตั้งหรือยุบหน่วยงาน และการมอบอำนาจ ถ้ายังไม่ได้อ่านภาพรวมของกฎหมายฉบับนี้ อ่านสรุป พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534 ฉบับสอบ ก.พ.ก่อนจะช่วยได้มาก
ข้อ 1. ตามมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 การจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินแบ่งออกเป็นอย่างไร
ก. 3 ส่วน คือ ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น
ข. 2 ส่วน คือ ราชการส่วนกลาง และราชการส่วนท้องถิ่น
ค. 3 ส่วน คือ ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนจังหวัด และราชการส่วนอำเภอ
ง. 4 ส่วน คือ ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจ
📍 เฉลย + คำอธิบาย
ตอบ ก. 3 ส่วน คือ ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น — มาตรา 4 (ไม่เคยแก้ไข) จัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินเป็น (1) ราชการส่วนกลาง (2) ราชการส่วนภูมิภาค (3) ราชการส่วนท้องถิ่น จังหวัดกับอำเภอไม่ได้เป็น “ส่วน” แยกออกมา แต่เป็นองค์ประกอบของราชการส่วนภูมิภาคตามมาตรา 51 และรัฐวิสาหกิจก็ไม่อยู่ในการแบ่งตามมาตรา 4
ข้อ 2. ข้อใดไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
ก. สำนักนายกรัฐมนตรี
ข. กรม
ค. จังหวัด
ง. อำเภอ
📍 เฉลย + คำอธิบาย
ตอบ ง. อำเภอ — มาตรา 7 วรรคสาม ให้ส่วนราชการส่วนกลางตาม (1)–(4) ได้แก่ สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวงที่มีฐานะเทียบเท่ากระทรวง ทบวง และกรม มีฐานะเป็นนิติบุคคล ส่วนวรรคสองกำหนดว่าสำนักนายกรัฐมนตรีมีฐานะเป็นกระทรวง มาตรา 52 วรรคหนึ่งให้จังหวัดมีฐานะเป็นนิติบุคคล แต่มาตรา 61 กำหนดเพียงว่าอำเภอเป็นหน่วยบริหารราชการรองจากจังหวัด ไม่ได้ให้ฐานะเป็นนิติบุคคล (สถานะการแก้ไข: ม.7 และ ม.61 ไม่เคยแก้ไข ส่วน ม.52 มีเพียงวรรคสามที่เพิ่มโดยฉบับที่ 7 พ.ศ. 2550 วรรคที่ใช้ตอบไม่ถูกแก้)
ข้อ 3. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับราชการส่วนภูมิภาคตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
ก. ราชการส่วนภูมิภาคประกอบด้วย จังหวัด อำเภอ และตำบล
ข. การตั้ง ยุบ หรือเปลี่ยนแปลงเขตอำเภอ ต้องตราเป็นพระราชบัญญัติ
ค. การตั้ง ยุบ หรือเปลี่ยนแปลงเขตจังหวัด ต้องตราเป็นพระราชบัญญัติ
ง. คณะกรมการจังหวัดมีปลัดจังหวัดเป็นกรมการจังหวัดและเลขานุการ
📍 เฉลย + คำอธิบาย
ตอบ ค. การตั้ง ยุบ หรือเปลี่ยนแปลงเขตจังหวัด ต้องตราเป็นพระราชบัญญัติ — ตามมาตรา 52 วรรคสอง การตั้ง ยุบ และเปลี่ยนแปลงเขตจังหวัดให้ตราเป็นพระราชบัญญัติ ส่วนตัวเลือกอื่นผิดเพราะ มาตรา 51 กำหนดราชการส่วนภูมิภาคไว้แค่จังหวัดกับอำเภอ ไม่มีตำบล มาตรา 61 ให้ตั้ง ยุบ และเปลี่ยนแปลงเขตอำเภอโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา และมาตรา 53 ให้หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเป็นกรมการจังหวัดและเลขานุการ ไม่ใช่ปลัดจังหวัด (สถานะการแก้ไข: ม.51 และ ม.61 ไม่เคยแก้ไข ม.52 วรรคสองไม่ถูกแก้ ม.53 วรรคหนึ่งแก้ไขโดยฉบับที่ 7 พ.ศ. 2550 วรรคสองแก้ไขโดยฉบับที่ 6 พ.ศ. 2546)
ข้อ 4. การยุบส่วนราชการตามมาตรา 7 เช่น การยุบกรม ต้องตราเป็นกฎหมายประเภทใด
ก. พระราชบัญญัติ
ข. พระราชกำหนด
ค. พระราชกฤษฎีกา
ง. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
📍 เฉลย + คำอธิบาย
ตอบ ค. พระราชกฤษฎีกา — มาตรา 8 จัตวา ให้การยุบส่วนราชการตามมาตรา 7 ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา วิธีจำแบบเทียบกัน: จัดตั้ง รวม หรือโอนส่วนราชการ ตราเป็นพระราชบัญญัติ (มาตรา 8) ยกเว้นการรวมหรือโอนที่ไม่เพิ่มตำแหน่งหรืออัตรา ตราเป็นพระราชกฤษฎีกาได้ (มาตรา 8 ทวิ) ส่วนการเปลี่ยนชื่อส่วนราชการ ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา (มาตรา 8 ตรี) (สถานะการแก้ไข: ม.8 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2543 ส่วน ม.8 ทวิ 8 ตรี และ 8 จัตวา เพิ่มโดยฉบับเดียวกัน)
ข้อ 5. ตามมาตรา 38 ผู้ดำรงตำแหน่งที่จะมอบอำนาจให้ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นปฏิบัติราชการแทน ต้องมอบอำนาจในรูปแบบใด
ก. ต้องทำเป็นหนังสือ
ข. ทำด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือก็ได้
ค. ต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเป็นรายครั้ง
ง. ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาก่อนจึงจะมีผล
📍 เฉลย + คำอธิบาย
ตอบ ก. ต้องทำเป็นหนังสือ — มาตรา 38 (แก้ไขโดยฉบับที่ 7 พ.ศ. 2550) ให้ผู้ดำรงตำแหน่งมอบอำนาจให้ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นในส่วนราชการเดียวกันหรือส่วนราชการอื่น หรือให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ปฏิบัติราชการแทนได้ เมื่อกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีไม่ได้ห้ามไว้หรือกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น โดยใช้หลักเกณฑ์ที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา และวรรคท้ายกำหนดให้การมอบอำนาจต้องทำเป็นหนังสือ เรื่องนี้ต่างจาก “การรักษาราชการแทน” ซึ่งเกิดขึ้นตามกฎหมายเองเมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ดำรงตำแหน่งปฏิบัติราชการไม่ได้ เช่น มาตรา 42 (รัฐมนตรีช่วยว่าการรักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการ) และมาตรา 44 (รองปลัดกระทรวงรักษาราชการแทนปลัดกระทรวง) ตามมาตรา 48 ผู้รักษาราชการแทนมีอำนาจหน้าที่เหมือนผู้ที่ตนแทน
ชุดที่ 2: พ.ร.ฎ.บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 (ข้อ 6–9)
ชุดนี้ใช้เฉพาะมาตราที่ พ.ร.ฎ. (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ไม่ได้แก้ ได้แก่ เป้าหมาย 7 ประการ หลักประชาชนเป็นศูนย์กลาง กำหนดเวลาตอบหนังสือ และหลักการเปิดเผยข้อมูล
ข้อ 6. ข้อใดไม่ใช่เป้าหมายของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีตามมาตรา 6 แห่ง พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
ก. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
ข. ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น
ค. มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ
ง. เพิ่มอัตรากำลังข้าราชการในทุกส่วนราชการให้มากขึ้น
📍 เฉลย + คำอธิบาย
ตอบ ง. เพิ่มอัตรากำลังข้าราชการในทุกส่วนราชการให้มากขึ้น — มาตรา 6 (ไม่เคยแก้ไข) กำหนดเป้าหมายไว้ 7 ประการ คือ (1) เกิดประโยชน์สุขของประชาชน (2) เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ (3) มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ (4) ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น (5) มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อสถานการณ์ (6) ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ (7) มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ ในรายการนี้ไม่มีเรื่องการเพิ่มอัตรากำลัง
ข้อ 7. ส่วนราชการได้รับหนังสือสอบถามจากประชาชน และยังไม่ได้กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงานนั้นไว้ตามมาตรา 37 ส่วนราชการต้องตอบคำถามหรือแจ้งการดำเนินการให้ทราบภายในกี่วัน
ก. 5 วัน
ข. 7 วัน
ค. 10 วัน
ง. 15 วัน
📍 เฉลย + คำอธิบาย
ตอบ ง. 15 วัน — มาตรา 38 กำหนดว่า เมื่อส่วนราชการได้รับการติดต่อสอบถามเป็นหนังสือจากประชาชนหรือจากส่วนราชการด้วยกัน ต้องตอบคำถามหรือแจ้งการดำเนินการให้ทราบภายในสิบห้าวัน หรือภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 37 มาตรา 37 นั้นให้ส่วนราชการกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของแต่ละงานและประกาศให้ประชาชนทราบ ทั้งสองมาตรานี้ไม่เคยแก้ไข
ข้อ 8. ตามมาตรา 43 แห่ง พ.ร.ฎ.บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี การปฏิบัติราชการโดยปกติให้ถือว่าเป็นอย่างไร
ก. เป็นความลับของทางราชการ เปิดเผยได้เฉพาะเมื่อผู้บังคับบัญชาอนุญาต
ข. เป็นเรื่องเปิดเผย กำหนดเป็นความลับได้เท่าที่จำเป็นตามเหตุที่กฎหมายกำหนด
ค. เปิดเผยได้เฉพาะแก่ส่วนราชการด้วยกัน ส่วนประชาชนต้องยื่นคำขอเป็นรายกรณี
ง. เปิดเผยได้เฉพาะข้อมูลงบประมาณ ส่วนเรื่องอื่นถือเป็นความลับทั้งหมด
📍 เฉลย + คำอธิบาย
ตอบ ข. เป็นเรื่องเปิดเผย กำหนดเป็นความลับได้เท่าที่จำเป็นตามเหตุที่กฎหมายกำหนด — มาตรา 43 (ไม่เคยแก้ไข) ตั้งหลักไว้ว่าการปฏิบัติราชการในเรื่องใด ๆ โดยปกติให้ถือว่าเป็นเรื่องเปิดเผย เว้นแต่มีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของประเทศ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล จึงกำหนดเป็นความลับได้เท่าที่จำเป็น ตัวเลือก ก. และ ค. กลับหลักนี้ ส่วนตัวเลือก ง. แคบเกินไป เพราะมาตรา 44 (ไม่เคยแก้ไข) ให้เปิดเผยทั้งข้อมูลงบประมาณรายจ่าย รายการจัดซื้อจัดจ้าง และสัญญาที่อนุมัติแล้ว และเรื่องอื่นก็ยังอยู่ภายใต้หลักเปิดเผยตามมาตรา 43
ข้อ 9. ตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.ฎ.บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ถ้าภารกิจที่ส่วนราชการจะดำเนินการมีผลกระทบต่อประชาชน ส่วนราชการต้องทำอย่างไร
ก. รับฟังความคิดเห็นของประชาชน หรือชี้แจงทำความเข้าใจ
ข. ดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งประชาชน เพราะเป็นอำนาจตามกฎหมาย
ค. เสนอ ก.พ.ร. อนุมัติก่อนเริ่มดำเนินการทุกครั้ง
ง. ประกาศในราชกิจจานุเบกษาก่อนเริ่มดำเนินการ
📍 เฉลย + คำอธิบาย
ตอบ ก. รับฟังความคิดเห็นของประชาชน หรือชี้แจงทำความเข้าใจ — มาตรา 8 (ไม่เคยแก้ไข) ให้ส่วนราชการทำงานโดยถือว่าประชาชนเป็นศูนย์กลางที่จะได้รับบริการจากรัฐ และตามมาตรา 8 (3) ก่อนเริ่มดำเนินการต้องศึกษาวิเคราะห์ผลดีผลเสียให้ครบถ้วน ถ้าภารกิจใดจะกระทบประชาชน ส่วนราชการต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนหรือชี้แจงทำความเข้าใจ ตัวเลือก ค. และ ง. ฟังดูเป็นขั้นตอนราชการ แต่มาตรา 8 ไม่ได้กำหนดให้ต้องขออนุมัติ ก.พ.ร. หรือประกาศในราชกิจจานุเบกษาก่อน
ชุดที่ 3: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 (ข้อ 10–15)
กฎหมายฉบับนี้มีตัวเลขระยะเวลาอยู่หลายจุด ทั้ง 7 วัน 15 วัน 30 วัน และ 90 วัน ชุดนี้จึงเน้นให้แยกได้ว่าตัวเลขไหนใช้กับขั้นตอนไหน รวมถึงนิยามคำสั่งทางปกครอง ความเป็นกลางของเจ้าหน้าที่ และสิทธิของคู่กรณี
ข้อ 10. ข้อใดเป็น “คำสั่งทางปกครอง” ตามนิยามในมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
ก. คำสั่งอนุญาตให้นายสมชายตั้งโรงงานตามที่ยื่นคำขอไว้
ข. กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การขออนุญาตตั้งโรงงาน
ค. ประกาศกระทรวงกำหนดมาตรฐานที่ใช้กับโรงงานทุกแห่ง
ง. ข้อบัญญัติท้องถิ่นควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
📍 เฉลย + คำอธิบาย
ตอบ ก. คำสั่งอนุญาตให้นายสมชายตั้งโรงงานตามที่ยื่นคำขอไว้ — มาตรา 5 (นิยามไม่เคยแก้ไข) ให้ “คำสั่งทางปกครอง” หมายถึงการใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่สร้างนิติสัมพันธ์ เพื่อก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือกระทบสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล เช่น การสั่งการ การอนุญาต การอนุมัติ แต่ไม่รวมการออกกฎ ส่วนกฎกระทรวง ประกาศกระทรวง และข้อบัญญัติท้องถิ่นในตัวเลือก ข.–ง. ถึงจะเกี่ยวกับโรงงานหรือกิจการเฉพาะด้าน ก็มีผลบังคับเป็นการทั่วไปและไม่ได้มุ่งใช้กับกรณีหรือบุคคลใดเป็นการเฉพาะ จึงเป็น “กฎ” ตามนิยามในมาตราเดียวกัน
ข้อ 11. ตามมาตรา 13 เจ้าหน้าที่ในกรณีใดต่อไปนี้ทำการพิจารณาทางปกครองไม่ได้
ก. เป็นเพื่อนร่วมรุ่นสมัยเรียนของคู่กรณี
ข. เคยทำงานในหน่วยงานเดียวกับคู่กรณีเมื่อหลายปีก่อน
ค. มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดเดียวกับคู่กรณี
ง. เป็นคู่หมั้นของคู่กรณี
📍 เฉลย + คำอธิบาย
ตอบ ง. เป็นคู่หมั้นของคู่กรณี — มาตรา 13 (ไม่เคยแก้ไข) ห้ามเจ้าหน้าที่พิจารณาทางปกครองในกรณีต่อไปนี้ (1) เป็นคู่กรณีเอง (2) เป็นคู่หมั้นหรือคู่สมรสของคู่กรณี (3) เป็นญาติของคู่กรณี คือ บุพการีหรือผู้สืบสันดานไม่ว่าชั้นใด พี่น้องหรือลูกพี่ลูกน้องนับได้ภายในสามชั้น หรือญาติเกี่ยวพันทางแต่งงานนับได้สองชั้น (4) เป็นหรือเคยเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้พิทักษ์ ผู้แทน หรือตัวแทนของคู่กรณี (5) เป็นเจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือนายจ้างของคู่กรณี (6) กรณีอื่นตามที่กฎกระทรวงกำหนด ตัวเลือก ก.–ค. ไม่อยู่ในรายการของมาตรานี้
ข้อ 12. คำสั่งทางปกครองที่ทำเป็นหนังสือต้องมีเหตุผลกำกับไว้ ข้อใดไม่ใช่สิ่งที่มาตรา 37 กำหนดให้ต้องมีในเหตุผลนั้น
ก. ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ
ข. ข้อกฎหมายที่อ้างอิง
ค. ข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ
ง. ความเห็นของผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไป
📍 เฉลย + คำอธิบาย
ตอบ ง. ความเห็นของผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไป — มาตรา 37 (ไม่เคยแก้ไข) กำหนดให้เหตุผลของคำสั่งทางปกครองที่ทำเป็นหนังสือมีอย่างน้อย 3 ส่วน คือ (1) ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ (2) ข้อกฎหมายที่อ้างอิง (3) ข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ ไม่มีข้อกำหนดเรื่องความเห็นของผู้บังคับบัญชา อีกมาตราที่ควรจำคู่กันคือมาตรา 36 ซึ่งให้หนังสือคำสั่งระบุวัน เดือน ปี ชื่อและตำแหน่ง และลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่ง
ข้อ 13. คำสั่งทางปกครองที่ออกโดยเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่ใช่รัฐมนตรี และไม่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดขั้นตอนอุทธรณ์ไว้ คู่กรณีต้องอุทธรณ์อย่างไร
ก. ยื่นต่อรัฐมนตรีเจ้าสังกัดภายใน 30 วันนับแต่ได้รับแจ้งคำสั่ง
ข. ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งภายใน 15 วันนับแต่ได้รับแจ้งคำสั่ง
ค. ยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินภายใน 15 วันนับแต่ได้รับแจ้งคำสั่ง
ง. ยื่นต่อผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ภายใน 90 วันนับแต่ได้รับแจ้งคำสั่ง
📍 เฉลย + คำอธิบาย
ตอบ ข. ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งภายใน 15 วันนับแต่ได้รับแจ้งคำสั่ง — มาตรา 44 วรรคหนึ่งและวรรคสอง (ไม่เคยแก้ไข) ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งภายในสิบห้าวันนับแต่ได้รับแจ้งคำสั่ง และต้องทำเป็นหนังสือ จากนั้นมาตรา 45 ให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งพิจารณาภายใน 30 วัน ถ้าไม่เห็นด้วยให้รายงานผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ ซึ่งต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 30 วัน และขยายได้อีกไม่เกิน 30 วัน มีอีกสองจุดที่ควรรู้ จุดแรกคือมาตรา 44 วรรคสาม (แก้ไขโดยฉบับที่ 3 พ.ศ. 2562) การอุทธรณ์ไม่ทำให้การบังคับตามคำสั่งหยุดลง เว้นแต่มีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับ จุดที่สองคือมาตรา 40 ถ้าคำสั่งไม่ได้แจ้งสิทธิอุทธรณ์ไว้ ระยะเวลาอุทธรณ์จะเริ่มนับใหม่เมื่อแจ้ง และถ้าไม่ได้แจ้งใหม่ ระยะเวลาที่สั้นกว่าหนึ่งปีจะขยายเป็นหนึ่งปีนับแต่ได้รับคำสั่ง
ข้อ 14. ตามหลักทั่วไปในมาตรา 30 ก่อนออกคำสั่งทางปกครองที่อาจกระทบสิทธิของคู่กรณี เจ้าหน้าที่ต้องทำอย่างไร
ก. ให้คู่กรณีได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ และมีโอกาสโต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตน
ข. ให้คู่กรณีได้ตรวจดูเอกสารต้นร่างคำวินิจฉัยของเจ้าหน้าที่ก่อนออกคำสั่งทุกกรณี
ค. ออกคำสั่งได้ทันที แล้วแจ้งเหตุผลให้คู่กรณีทราบภายใน 7 วันหลังออกคำสั่ง
ง. ไม่ต้องแจ้งคู่กรณี เพราะการออกคำสั่งเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่โดยแท้
📍 เฉลย + คำอธิบาย
ตอบ ก. ให้คู่กรณีได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ และมีโอกาสโต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตน — มาตรา 30 (ไม่เคยแก้ไข) รับรองสิทธิของคู่กรณีที่จะได้รับฟังก่อนออกคำสั่ง คือ ถ้าคำสั่งอาจกระทบสิทธิ คู่กรณีต้องได้รู้ข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและได้โต้แย้งพร้อมแสดงพยานหลักฐาน มีข้อยกเว้นเฉพาะกรณีที่กฎหมายระบุไว้ เช่น กรณีจำเป็นรีบด่วน กรณีที่เป็นข้อเท็จจริงซึ่งคู่กรณีให้ไว้เอง หรือกรณีที่เป็นมาตรการบังคับทางปกครอง ตัวเลือก ข. ผิดเพราะมาตรา 31 (ไม่เคยแก้ไข) ให้คู่กรณีขอตรวจดูเอกสารที่จำเป็นได้ แต่ถ้ายังไม่ได้ทำคำสั่งในเรื่องนั้น คู่กรณีไม่มีสิทธิขอตรวจดูเอกสารอันเป็นต้นร่างคำวินิจฉัย ตัวเลือก ค. ผิดเพราะสิทธิตามมาตรา 30 ต้องให้ก่อนออกคำสั่ง ไม่ใช่แจ้งภายหลัง
ข้อ 15. เจ้าหน้าที่ส่งหนังสือแจ้งคำสั่งทางปกครองทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้รับที่อยู่ในประเทศ กฎหมายให้ถือว่าผู้รับได้รับแจ้งเมื่อใด
ก. ทันทีที่เจ้าหน้าที่นำส่งไปรษณีย์
ข. เมื่อครบ 3 วันนับแต่วันส่ง
ค. เมื่อครบ 7 วันนับแต่วันส่ง
ง. เมื่อครบ 15 วันนับแต่วันส่ง
📍 เฉลย + คำอธิบาย
ตอบ ค. เมื่อครบ 7 วันนับแต่วันส่ง — มาตรา 71 (ไม่เคยแก้ไข) กำหนดว่าการแจ้งโดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ตอบรับ ให้ถือว่าได้รับแจ้งเมื่อครบเจ็ดวันนับแต่วันส่งถ้าส่งภายในประเทศ หรือเมื่อครบสิบห้าวันนับแต่วันส่งถ้าส่งไปต่างประเทศ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้รับ หรือได้รับก่อนหรือหลังวันนั้น ตัวเลือก ง. จึงเป็นกรณีส่งไปต่างประเทศ ซึ่งไม่ตรงกับโจทย์ ตัวเลข 15 วันยังมีในมาตรา 72 คือกรณีผู้รับเกินห้าสิบคน ถ้าเจ้าหน้าที่แจ้งไว้ตั้งแต่เริ่มดำเนินการในเรื่องนั้นว่าจะแจ้งโดยวิธีปิดประกาศ ณ ที่ทำการของเจ้าหน้าที่และที่ว่าการอำเภอที่ผู้รับมีภูมิลำเนา ให้ถือว่าได้รับแจ้งเมื่อล่วงพ้นสิบห้าวันนับแต่วันที่แจ้งโดยวิธีดังกล่าว และในมาตรา 73 กรณีไม่รู้ตัวผู้รับ รู้ตัวแต่ไม่รู้ภูมิลำเนา หรือมีผู้รับเกินหนึ่งร้อยคน การแจ้งเป็นหนังสือจะประกาศในหนังสือพิมพ์ซึ่งแพร่หลายในท้องถิ่นนั้นก็ได้ และถือว่าได้รับแจ้งเมื่อล่วงพ้นสิบห้าวันเช่นกัน
ชุดที่ 4: พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 (ข้อ 16–19)
ตั้งแต่ประกาศใช้ใน พ.ศ. 2539 กฎหมายฉบับนี้ยังไม่เคยถูกแก้ไข จึงอ่านจากตัวบทได้ทุกมาตรา ประเด็นหลักคือผู้เสียหายต้องฟ้องใคร หน่วยงานไล่เบี้ยเจ้าหน้าที่ได้เมื่อไร อายุความ และกำหนดเวลาพิจารณาคำขอ
ข้อ 16. เจ้าหน้าที่ขับรถยนต์ของทางราชการไปส่งเอกสารตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา แล้วชนรถของนายดำเสียหาย ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 นายดำต้องฟ้องใคร
ก. ฟ้องเจ้าหน้าที่ผู้ขับรถเป็นการส่วนตัวได้โดยตรง แต่ฟ้องหน่วยงานไม่ได้
ข. ฟ้องหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่สังกัดได้โดยตรง แต่ฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้
ค. ต้องฟ้องทั้งเจ้าหน้าที่และหน่วยงานของรัฐให้ร่วมกันรับผิด
ง. ต้องฟ้องกระทรวงการคลังเท่านั้น ไม่ว่าเจ้าหน้าที่จะสังกัดหน่วยงานใด
📍 เฉลย + คำอธิบาย
ตอบ ข. ฟ้องหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่สังกัดได้โดยตรง แต่ฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้ — มาตรา 5 (ไม่เคยแก้ไข) ให้หน่วยงานของรัฐรับผิดต่อผู้เสียหายจากละเมิดที่เจ้าหน้าที่ทำในการปฏิบัติหน้าที่ ผู้เสียหายฟ้องหน่วยงานได้โดยตรงแต่ฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้ กระทรวงการคลังจะเป็นผู้รับผิดเฉพาะเมื่อเจ้าหน้าที่ไม่ได้สังกัดหน่วยงานของรัฐแห่งใด ตัวเลือก ง. จึงผิด ส่วนตัวเลือก ก. คือหลักของมาตรา 6 (ไม่เคยแก้ไข) ซึ่งใช้กับกรณีกลับกัน คือถ้าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำในการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดเป็นการเฉพาะตัว ผู้เสียหายฟ้องเจ้าหน้าที่ได้โดยตรงแต่ฟ้องหน่วยงานไม่ได้ โจทย์ข้อนี้เจ้าหน้าที่ขับรถไปส่งเอกสารตามคำสั่ง จึงเป็นการทำในหน้าที่
ข้อ 17. หน่วยงานของรัฐจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ผู้เสียหายไปแล้ว จะเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำละเมิดชดใช้คืน (ไล่เบี้ย) ได้ในกรณีใด
ก. ได้ทุกกรณีที่เจ้าหน้าที่ทำละเมิด ไม่ว่าจะจงใจหรือประมาทระดับใด
ข. ได้เฉพาะเมื่อเจ้าหน้าที่ทำไปด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
ค. ได้เฉพาะเมื่อเจ้าหน้าที่ทำไปด้วยความประมาทเลินเล่อธรรมดา
ง. ไล่เบี้ยไม่ได้เลย เพราะหน่วยงานรับผิดแทนไปแล้ว
📍 เฉลย + คำอธิบาย
ตอบ ข. ได้เฉพาะเมื่อเจ้าหน้าที่ทำไปด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง — มาตรา 8 (ไม่เคยแก้ไข) ให้หน่วยงานเรียกเจ้าหน้าที่ชดใช้คืนได้เมื่อเจ้าหน้าที่ทำไปด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเท่านั้น จำนวนที่เรียกให้คำนึงถึงระดับความร้ายแรงแห่งการกระทำและความเป็นธรรมในแต่ละกรณี โดยไม่ต้องให้ใช้เต็มจำนวนของความเสียหายก็ได้ และต้องหักส่วนที่เกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานหรือระบบการดำเนินงานส่วนรวมออกด้วย ถ้าละเมิดเกิดจากเจ้าหน้าที่หลายคน จะไม่ใช้หลักลูกหนี้ร่วม แต่ละคนรับผิดเฉพาะส่วนของตน
ข้อ 18. สิทธิของหน่วยงานของรัฐที่จะไล่เบี้ยเจ้าหน้าที่ หลังจากจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ผู้เสียหายแล้ว มีอายุความเท่าใด
ก. 1 ปีนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ผู้เสียหาย
ข. 2 ปีนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่
ค. 1 ปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาให้หน่วยงานของรัฐรับผิด
ง. 10 ปีนับแต่วันที่เจ้าหน้าที่ทำละเมิดต่อผู้เสียหาย
📍 เฉลย + คำอธิบาย
ตอบ ก. 1 ปีนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ผู้เสียหาย — มาตรา 9 (ไม่เคยแก้ไข) ให้สิทธิไล่เบี้ยระหว่างหน่วยงานของรัฐกับเจ้าหน้าที่มีอายุความหนึ่งปี นับแต่วันที่ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้นแก่ผู้เสียหาย ไม่ได้นับจากวันที่ศาลพิพากษา ตัวเลือก ค. จึงผิด ส่วนตัวเลือก ข. เป็นกับดักจากมาตรา 10 (ไม่เคยแก้ไข) ซึ่งใช้กับกรณีที่เจ้าหน้าที่ทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐเอง กรณีนั้นมีอายุความสองปี นับแต่วันที่หน่วยงานรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้
ข้อ 19. ผู้เสียหายเลือกยื่นคำขอให้หน่วยงานของรัฐชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 11 หน่วยงานต้องพิจารณาคำขอให้เสร็จภายในกี่วัน
ก. 30 วัน ถ้าไม่ทันขอขยายได้อีกไม่เกิน 30 วัน
ข. 90 วัน ถ้าไม่ทันขอขยายได้อีกไม่เกิน 90 วัน
ค. 180 วัน ถ้าไม่ทันขอขยายได้อีกไม่เกิน 180 วัน
ง. 1 ปี และขยายเวลาไม่ได้ไม่ว่ากรณีใด
📍 เฉลย + คำอธิบาย
ตอบ ค. 180 วัน ถ้าไม่ทันขอขยายได้อีกไม่เกิน 180 วัน — มาตรา 11 (ไม่เคยแก้ไข) ให้ผู้เสียหายยื่นคำขอต่อหน่วยงานของรัฐให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ หน่วยงานต้องออกใบรับคำขอ และพิจารณาให้เสร็จภายใน 180 วัน การขยายเวลาไม่ได้เกิดขึ้นเอง ถ้าพิจารณาไม่ทัน หน่วยงานต้องรายงานปัญหาและอุปสรรคให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดหรือรัฐมนตรีผู้กำกับหรือควบคุมดูแลหน่วยงานนั้นทราบและขออนุมัติขยายเวลา ซึ่งรัฐมนตรีอนุมัติให้ขยายได้อีกไม่เกิน 180 วัน ถ้าผู้เสียหายไม่พอใจผลวินิจฉัย ร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ได้ภายใน 90 วันนับแต่ได้รับแจ้งผล และมาตรา 14 (ไม่เคยแก้ไข) ให้ถือว่าสิทธิร้องทุกข์นี้เป็นสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองเมื่อจัดตั้งศาลปกครองแล้ว
ชุดที่ 5: พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 (ข้อ 20–22)
กฎหมายฉบับนี้มี 22 มาตราและยังไม่เคยแก้ไข ส่วนที่ต้องจำแม่นคือมาตรฐานทางจริยธรรม 7 ประการตามมาตรา 5 องค์ประกอบของ ก.ม.จ. และขอบเขตของคำว่า “หน่วยงานของรัฐ”
ข้อ 20. ข้อใดไม่อยู่ในมาตรฐานทางจริยธรรมตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562
ก. มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน
ข. กล้าตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม
ค. ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาทุกกรณีโดยไม่โต้แย้ง
ง. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ
📍 เฉลย + คำอธิบาย
ตอบ ค. ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาทุกกรณีโดยไม่โต้แย้ง — มาตรา 5 (ไม่เคยแก้ไข) กำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมไว้ 7 ข้อ คือ (1) ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ ได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (2) ซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสำนึกที่ดี และรับผิดชอบต่อหน้าที่ (3) กล้าตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม (4) คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว และมีจิตสาธารณะ (5) มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน (6) ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ (7) ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ การทำตามคำสั่งทุกกรณีโดยไม่โต้แย้งขัดกับข้อ (3) โดยตรง ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนข้อ 2 (3) ก็ขยายความข้อนี้ว่าต้องกล้าคัดค้านในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
ข้อ 21. ผู้ใดเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม (ก.ม.จ.)
ก. เลขาธิการ ก.พ.
ข. เลขาธิการ ป.ป.ช.
ค. เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ง. เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
📍 เฉลย + คำอธิบาย
ตอบ ก. เลขาธิการ ก.พ. — ตามมาตรา 8 (ไม่เคยแก้ไข) ประธาน ก.ม.จ. คือนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย รองประธานคือผู้แทน ก.พ. กรรมการโดยตำแหน่งมาจากผู้แทน ก.พ.อ. ก.ค.ศ. ก.ตร. ก.ถ. และสภากลาโหม มีผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน 5 คน เลขาธิการ ก.พ. เป็นกรรมการและเลขานุการ และสำนักงาน ก.พ. ทำงานธุรการ ส่วนมาตรา 10 ให้ผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระสามปี ดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ไม่เกินสองวาระ
ข้อ 22. ตามนิยามในมาตรา 3 “หน่วยงานของรัฐ” ใน พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 ไม่รวมหน่วยงานใด
ก. รัฐวิสาหกิจ
ข. องค์การมหาชน
ค. ราชการส่วนท้องถิ่น
ง. ศาล
📍 เฉลย + คำอธิบาย
ตอบ ง. ศาล — มาตรา 3 (ไม่เคยแก้ไข) ให้ “หน่วยงานของรัฐ” หมายถึง กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐในฝ่ายบริหาร แต่ไม่รวมหน่วยงานธุรการของรัฐสภา องค์กรอิสระ ศาล และองค์กรอัยการ ส่วนผู้จัดทำประมวลจริยธรรม มาตรา 6 ให้เป็นหน้าที่ขององค์กรกลางบริหารงานบุคคล เช่น ก.พ. สำหรับข้าราชการพลเรือน
ชุดที่ 6: ประมวลกฎหมายอาญา ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ (ข้อ 23–24)
หมวดนี้คือมาตรา 147–166 ชุดนี้ถามเฉพาะองค์ประกอบความผิด ไม่ได้ถามอัตราโทษ คำว่า “เจ้าพนักงาน” นิยามไว้ในมาตรา 1 (16) (เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 22) พ.ศ. 2558) หมายถึงบุคคลที่กฎหมายบัญญัติว่าเป็นเจ้าพนักงาน หรือได้รับแต่งตั้งตามกฎหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการ ไม่ว่าจะเป็นประจำหรือครั้งคราว และไม่ว่าจะได้รับค่าตอบแทนหรือไม่
ข้อ 23. นายสมศักดิ์เป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ออกใบอนุญาต ผู้ยื่นคำขอรายหนึ่งมีคุณสมบัติครบและควรได้รับใบอนุญาตอยู่แล้ว แต่นายสมศักดิ์เรียกเงินจากผู้ยื่นคำขอเพื่อแลกกับการออกใบอนุญาตให้ ข้อใดถูกต้องที่สุด
ก. ไม่เป็นความผิด เพราะใบอนุญาตนั้นออกได้โดยชอบอยู่แล้ว
ข. นายสมศักดิ์อาจมีความผิดตามมาตรา 149
ค. เป็นความผิดทางวินัยเท่านั้น ไม่เป็นความผิดทางอาญา
ง. ผู้ยื่นคำขอที่จ่ายเงินมีความผิดตามมาตรา 149 ด้วย
📍 เฉลย + คำอธิบาย
ตอบ ข. นายสมศักดิ์อาจมีความผิดตามมาตรา 149 — มาตรา 149 ลงโทษเจ้าพนักงานที่เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง “ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่” ถึงใบอนุญาตจะออกได้โดยชอบอยู่แล้วก็ยังเป็นความผิด ตัวเลือก ก. จึงผิด ตัวเลือก ค. ผิดเพราะมาตรา 149 กำหนดเป็นความผิดอาญาไว้โดยตรง ตัวเลือก ง. ผิดเพราะมาตรา 149 ใช้กับเจ้าพนักงานผู้เรียกหรือรับ ไม่ใช้กับผู้ให้ บทที่เกี่ยวกับผู้ให้คือมาตรา 144 ในหมวดความผิดต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งมีองค์ประกอบว่าต้องให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ในโจทย์นี้ใบอนุญาตออกได้โดยชอบอยู่แล้วและเจ้าพนักงานเป็นฝ่ายเรียก การให้เงินจึงไม่ใช่การจูงใจให้กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ ผู้ยื่นคำขอจึงไม่เข้าองค์ประกอบมาตรา 144 โดยตรง และถ้าเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบข่มขืนใจหรือจูงใจให้ส่งมอบเงิน อาจเข้ามาตรา 148 ได้ด้วย (สถานะการแก้ไข: ถ้อยคำ ม.148 และ ม.149 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 อัตราโทษแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560)
ข้อ 24. เจ้าพนักงานจงใจไม่ดำเนินการตามคำขอของประชาชนที่ยื่นมาถูกต้องครบถ้วน เพื่อกลั่นแกล้งให้ผู้ยื่นคำขอได้รับความเสียหาย การกระทำนี้ตรงกับองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตราใดมากที่สุด
ก. มาตรา 147
ข. มาตรา 152
ค. มาตรา 157
ง. มาตรา 164
📍 เฉลย + คำอธิบาย
ตอบ ค. มาตรา 157 — มาตรา 157 ลงโทษเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต โจทย์ข้อนี้เป็นการละเว้นโดยมิชอบเพื่อให้ผู้ยื่นคำขอเสียหาย จึงตรงกับมาตรานี้ ตัวเลือกอื่นเป็นความผิดคนละเรื่อง มาตรา 147 คือการเบียดบังทรัพย์ที่ตนมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษา มาตรา 152 คือการเข้าไปมีส่วนได้เสียในกิจการที่ตนมีหน้าที่จัดการหรือดูแล และมาตรา 164 คือการเปิดเผยความลับในราชการโดยมิชอบ (สถานะการแก้ไข: ถ้อยคำ ม.157 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 อัตราโทษแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560)
ชุดที่ 7: ลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี (ข้อ 25)
ข้อสถานการณ์แบบนี้ต้องเลือก “การกระทำที่เหมาะสมที่สุด” จึงควรตอบโดยยึดตัวบท ได้แก่ มาตรฐานทางจริยธรรมตามมาตรา 5 และประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ไม่ควรตอบจากความรู้สึก
ข้อ 25. นางสาวมาลีเป็นข้าราชการพลเรือนที่อยู่ในคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ แล้วพบว่าบริษัทคู่สัญญาเป็นของพี่ชายตนเอง การกระทำใดสอดคล้องกับประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนมากที่สุด
ก. ตรวจรับตามปกติ เพราะมั่นใจว่าตนวางตัวเป็นกลางได้
ข. แจ้งผู้บังคับบัญชาว่าตนเกี่ยวข้องกับคู่สัญญา และขอไม่ร่วมพิจารณาเรื่องนั้น
ค. แนะนำให้พี่ชายแก้งานให้เรียบร้อยก่อนส่งตรวจ โดยไม่ต้องแจ้งผู้ใด
ง. รีบตรวจรับให้เร็วกว่าปกติ เพื่อไม่ให้ถูกครหาว่ากลั่นแกล้ง
📍 เฉลย + คำอธิบาย
ตอบ ข. แจ้งผู้บังคับบัญชาว่าตนเกี่ยวข้องกับคู่สัญญา และขอไม่ร่วมพิจารณาเรื่องนั้น — ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ซึ่ง ก.พ. จัดทำตามมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 (ฉบับประกาศ ณ 7 พ.ค. 2564 ดูรายละเอียดในคำถามที่พบบ่อย) กำหนดไว้ในข้อ 2 (4) ให้ข้าราชการไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน สามารถแยกเรื่องส่วนตัวออกจากหน้าที่การงาน และไม่กระทำการอันมีลักษณะเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม ข้อนี้ขยายความมาตรฐานตามมาตรา 5 (4) คือคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว การแจ้งความเกี่ยวข้องและไม่ร่วมพิจารณาจึงสอดคล้องที่สุด ตัวเลือก ก. ถึงจะตั้งใจเป็นกลางก็ยังเป็นสถานการณ์ผลประโยชน์ทับซ้อนอยู่ ส่วนตัวเลือก ค. และ ง. เป็นการเอื้อประโยชน์ให้คู่สัญญา ถ้าถึงขั้นเข้าไปมีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นในกิจการที่ตนมีหน้าที่ดูแล อาจเข้าองค์ประกอบมาตรา 152 แห่งประมวลกฎหมายอาญาได้ด้วย
ตารางเฉลยข้อสอบ ก.พ. ข้าราชการที่ดี 25 ข้อ
| ข้อ | เฉลย | มาตราที่ใช้ตอบ |
|---|---|---|
| 1 | ก | พ.ร.บ.ระเบียบบริหารฯ ม.4 |
| 2 | ง | พ.ร.บ.ระเบียบบริหารฯ ม.7 วรรคสาม, ม.52, ม.61 |
| 3 | ค | พ.ร.บ.ระเบียบบริหารฯ ม.52 วรรคสอง (เทียบ ม.51, 53, 61) |
| 4 | ค | พ.ร.บ.ระเบียบบริหารฯ ม.8 จัตวา (เทียบ ม.8, 8 ทวิ, 8 ตรี) |
| 5 | ก | พ.ร.บ.ระเบียบบริหารฯ ม.38 |
| 6 | ง | พ.ร.ฎ.บ้านเมืองที่ดี ม.6 |
| 7 | ง | พ.ร.ฎ.บ้านเมืองที่ดี ม.37–38 |
| 8 | ข | พ.ร.ฎ.บ้านเมืองที่ดี ม.43 (ประกอบ ม.44) |
| 9 | ก | พ.ร.ฎ.บ้านเมืองที่ดี ม.8 (3) |
| 10 | ก | พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติฯ ม.5 |
| 11 | ง | พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติฯ ม.13 |
| 12 | ง | พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติฯ ม.37 |
| 13 | ข | พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติฯ ม.44–45 (ประกอบ ม.40) |
| 14 | ก | พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติฯ ม.30 (เทียบ ม.31) |
| 15 | ค | พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติฯ ม.71 (เทียบ ม.72–73) |
| 16 | ข | พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดฯ ม.5 (เทียบ ม.6) |
| 17 | ข | พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดฯ ม.8 |
| 18 | ก | พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดฯ ม.9 (เทียบ ม.10) |
| 19 | ค | พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดฯ ม.11, 14 |
| 20 | ค | พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม ม.5 |
| 21 | ก | พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม ม.8 |
| 22 | ง | พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม ม.3 |
| 23 | ข | ป.อาญา ม.149 (เทียบ ม.144, 148) |
| 24 | ค | ป.อาญา ม.157 |
| 25 | ข | ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ข้อ 2 (4) + พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม ม.5 (4) |
🎯 เทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 60: ในแบบฝึก 25 ข้อนี้ ร้อยละ 60 เท่ากับตอบถูกอย่างน้อย 15 ข้อ ตัวเลขนี้ใช้วัดความพร้อมของตัวเองเท่านั้น ไม่ได้ทำนายผลสอบจริง ถ้าข้อที่ตอบผิดไปกองอยู่ในกฎหมายฉบับเดียว ให้เริ่มทบทวนจากฉบับนั้นก่อน
10 จุดที่ควรแยกให้ออกก่อนเข้าห้องสอบ
ตารางนี้รวมข้อความที่ฟังดูถูกแต่ไม่ตรงกับตัวบท เอาไว้ทบทวนช่วงท้ายก่อนสอบ แต่ละแถววางข้อความที่ไม่ถูกต้องไว้คู่กับข้อความตามตัวบทและเลขมาตรา
| ข้อความที่ไม่ถูกต้อง | ที่ถูกตามตัวบท | มาตรา |
|---|---|---|
| อำเภอเป็นนิติบุคคล | จังหวัดเป็นนิติบุคคล ส่วนอำเภอไม่ใช่ | ระเบียบบริหารฯ ม.52, 61 |
| ยุบกรมต้องตราเป็น พ.ร.บ. | ยุบส่วนราชการตราเป็น พ.ร.ฎ. | ระเบียบบริหารฯ ม.8 จัตวา |
| แผนปฏิบัติราชการเป็นแผน 4 ปี | เป็นแผนห้าปี (ม.16 วรรคหนึ่ง แก้ไขโดย พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562) และมีแผนประจำปีเสนอรัฐมนตรีตาม ม.16 วรรคสอง | พ.ร.ฎ.บ้านเมืองที่ดี ม.16 |
| อุทธรณ์คำสั่งทางปกครองภายใน 30 วัน | กรณีทั่วไปตาม ม.44 (คำสั่งไม่ได้ออกโดยรัฐมนตรีและไม่มีกฎหมายกำหนดขั้นตอนอุทธรณ์ไว้เป็นการเฉพาะ) ยื่นอุทธรณ์ต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งภายใน 15 วันนับแต่ได้รับแจ้งคำสั่ง ส่วน 30 วันคือระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ตาม ม.45 และระยะเวลาออกคำสั่งทางปกครองเป็นหนังสือตาม ม.39/1 (เมื่อไม่มีกฎหมายหรือกฎกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น นับแต่ได้รับคำขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน) | วิธีปฏิบัติฯ ม.44, 45, 39/1 |
| ยื่นอุทธรณ์แล้ว คำสั่งหยุดบังคับทันที | ไม่ทุเลาการบังคับ เว้นแต่มีการสั่งให้ทุเลาการบังคับ | วิธีปฏิบัติฯ ม.44 วรรคสาม |
| คำสั่งทางปกครองต้องทำเป็นหนังสือเสมอ | ทำเป็นหนังสือ วาจา หรือสื่อความหมายรูปแบบอื่นก็ได้ (ม.34) ถ้าเป็นคำสั่งด้วยวาจา และผู้รับคำสั่งร้องขอโดยมีเหตุอันสมควรภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง เจ้าหน้าที่ต้องยืนยันคำสั่งเป็นหนังสือ (ม.35) | วิธีปฏิบัติฯ ม.34, 35 |
| ผู้เสียหายฟ้องเจ้าหน้าที่ได้เสมอ | ถ้าทำในหน้าที่ ต้องฟ้องหน่วยงานของรัฐ ฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้ | ละเมิดฯ ม.5, 6 |
| ไล่เบี้ยต้องเรียกเต็มจำนวนเสมอ และเจ้าหน้าที่หลายคนรับผิดแบบลูกหนี้ร่วม | ไล่เบี้ยได้เฉพาะกรณีจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จำนวนที่เรียกพิจารณาตามระดับความร้ายแรงและความเป็นธรรม ไม่จำเป็นต้องเต็มจำนวน หักส่วนความบกพร่องของหน่วยงานออก และไม่ใช้หลักลูกหนี้ร่วม | ละเมิดฯ ม.8 |
| เลขานุการ ก.ม.จ. คือเลขาธิการ ป.ป.ช. | เลขาธิการ ก.พ. เป็นกรรมการและเลขานุการ | มาตรฐานทางจริยธรรม ม.8 |
| ผู้ให้สินบนผิดมาตรา 149 | ม.149 ใช้กับเจ้าพนักงานผู้เรียก รับ หรือยอมจะรับ ส่วนผู้ให้อาจผิด ม.144 เฉพาะเมื่อให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์ เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ถ้าจ่ายให้ทำสิ่งที่ชอบด้วยหน้าที่อยู่แล้ว (เช่นโจทย์ข้อ 23) ผู้ให้ไม่เข้า ม.144 โดยตรง แต่เจ้าพนักงานผู้เรียกรับยังผิด ม.149 | ป.อาญา ม.144, 149 |
คำถามที่พบบ่อย
วิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดีมีกี่คะแนน ต้องได้เท่าไรจึงผ่าน?
ตามหน้าหลักสูตรการสอบภาค ก. ของสำนักงาน ก.พ. วิชานี้มี 50 คะแนน และทุกระดับวุฒิต้องได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 คิดเป็นอย่างน้อย 30 คะแนนจาก 50 คะแนน ส่วนวิชาคิดวิเคราะห์และภาษาอังกฤษมีเกณฑ์ของแต่ละวิชาแยกกัน ดูได้จากตารางในหัวข้อหลักสูตรด้านบน
ข้อสอบจริงวิชานี้มีกี่ข้อ เท่ากับแบบฝึกนี้หรือไม่?
หน้าหลักสูตรการสอบภาค ก. ของสำนักงาน ก.พ. ระบุคะแนนเต็มของวิชานี้ไว้ที่ 50 คะแนน ส่วนจำนวนข้อให้ตรวจในประกาศรับสมัครของรอบที่สมัคร แบบฝึกนี้มี 25 ข้อเพราะเป็นจำนวนที่ครอบคลุมเนื้อหาครบทุกหมวดได้ ไม่ได้อ้างว่าเท่ากับสนามจริง
ต้องอ่านกฎหมายฉบับไหนบ้าง?
แบบฝึกนี้ใช้กฎหมาย 6 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534, พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546, พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539, พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539, พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 และประมวลกฎหมายอาญาหมวดความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ (ม.147–166) กับประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนอีกหนึ่งฉบับ ควรอ่านตัวบทจากฉบับรวมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งรวมการแก้ไขไว้แล้ว
สอบ ก.พ. ภาค ก ปี 2570 เปิดรับสมัครเมื่อไร?
กำหนดการรอบปี 2570 ทั้งแบบ Paper & Pencil และ e-Exam ยังรอประกาศอย่างเป็นทางการ รอบก่อนหน้าคือภาค ก ปี 2569 รอบ Paper & Pencil ตามข่าวของสำนักงาน ก.พ. เปิดรับสมัครตั้งแต่ 14 ม.ค. 2569 เวลา 08.30 น. จนกว่าที่นั่งจะเต็ม (ปิดไม่เกิน 3 ก.พ. 2569) มี 14 ศูนย์สอบ รวม 450,000 ที่นั่ง สอบวันอาทิตย์ที่ 5 ก.ค. 2569 (ตามรายงานของฐานเศรษฐกิจ) จากนั้นสำนักงาน ก.พ. ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านแล้ว โดยเปิดให้ตรวจรายชื่อตั้งแต่ 15 ก.ย. 2569 ดูคะแนนได้ตั้งแต่ 16 ก.ย. และพิมพ์หนังสือรับรองได้ตั้งแต่ 25 ก.ย. 2569 ทาง job3.ocsc.go.th ข้อมูลนี้ใช้ดูภาพรวมได้ แต่ไม่ใช่กำหนดการของรอบใหม่ ถ้ายังเลือกไม่ได้ว่าจะสมัครแบบไหน อ่านเปรียบเทียบสอบ ก.พ. e-Exam กับ Paper & Pencil
ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนมีผลเมื่อไร มีกี่ข้อ?
ก.พ. จัดทำประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนตามมาตรา 6 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 ประกาศ ณ วันที่ 7 พ.ค. 2564 ลงราชกิจจานุเบกษา เล่ม 138 ตอนพิเศษ 109 ง วันที่ 20 พ.ค. 2564 และข้อ 1 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ คือ 21 พ.ค. 2564 ประมวลนี้มี 5 ข้อ ข้อ 2 แยกแนวปฏิบัติเป็น 7 อนุข้อตามมาตรฐานทางจริยธรรม 7 ประการในมาตรา 5 เช่น (3) กล้าคัดค้านในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และ (4) ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ข้อ 3 ให้ผู้ที่ต้องยึดจรรยาวิชาชีพตามกฎหมายเฉพาะยึดถือจรรยาวิชาชีพนั้นด้วย ข้อ 4 ให้ ก.พ. เป็นผู้กำหนดแนวทางการปฏิบัติตน และข้อ 5 ให้กรรมการ พนักงานราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ปฏิบัติงานอื่นยึดถือปฏิบัติตามประมวลนี้ด้วย
✍️ ฝึกต่ออีกชุดกับ Naewsob Quiz
ทำแบบทดสอบออนไลน์ต่อได้ทันที และกดติดตามเพจ Facebook “แจกแนวข้อสอบ” ไว้รับแนวข้อสอบชุดใหม่ รวมถึงข่าวรับสมัคร ก.พ. รอบถัดไปเมื่อมีประกาศอย่างเป็นทางการ
📚 บทความที่เกี่ยวข้อง
แหล่งอ้างอิง: สำนักงาน ก.พ. — หลักสูตรการสอบภาค ก. และเกณฑ์ผ่าน · สำนักงาน ก.พ. — ทำความรู้จักสอบภาค ก. (ข่าว 7 ส.ค. 2567) · สำนักงาน ก.พ. — ขั้นตอนการสมัครสอบภาค ก. (Paper & Pencil) 2569 (ข่าว 12 ม.ค. 2569) · สำนักงาน ก.พ. — ข่าวประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ก. (Paper & Pencil) 2569 · ฐานเศรษฐกิจ — วันสอบภาค ก 2569 · ฐานเศรษฐกิจ — ประกาศผลสอบ ก.พ. 2569 (15 ก.ย. 2569) · กฤษฎีกา — พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 · ก.พ.ร. — พ.ร.ฎ.บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับรวม) · กฤษฎีกา — พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 · กฤษฎีกา — พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 · กฤษฎีกา — พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 · กฤษฎีกา — ประมวลกฎหมายอาญา · สำนักงาน ก.พ. — ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน (ราชกิจจานุเบกษา 20 พ.ค. 2564) · ตัวบท พ.ร.บ.เปลี่ยนแปลงฐานะของสุขาภิบาลเป็นเทศบาล พ.ศ. 2542
แบบฝึกนี้ทำขึ้นเพื่อทบทวนความรู้ ไม่ใช่ข้อสอบจริงและไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ถ้าตัวบทหรือประกาศรับสมัครเปลี่ยนแปลง ให้ยึดประกาศของสำนักงาน ก.พ. และราชกิจจานุเบกษาเป็นหลัก · อัปเดตล่าสุด 8 ตุลาคม 2569
หนังสือติวสอบ ก.พ. ภาค ก พร้อมเฉลย + คอร์สติวออนไลน์ครบ 3 วิชา ภาค ก · ขายแล้ว 600+ ชุดดูราคา ›
Thinkbeyond สรุปสอบ ก.พ. ภาค ก ระดับ 3 ฉบับสมบูรณ์อัปเดตครั้งที่ 5 · ขายแล้ว 2 พัน+ เล่มดูราคา ›
คู่มือตะลุยโจทย์ ก.พ. ภาค ก ระดับ ป.ตรีตามหลักเกณฑ์ใหม่ · เล่มฝึกโจทย์ ราคาประหยัดดูราคา ›
