สอบนายสิบตำรวจ สายอำนวยการ + พิสูจน์หลักฐาน 2569 (สอบ 29 พ.ย.): สอบวิชาอะไร คะแนนเท่าไร + แนวข้อสอบพร้อมเฉลย

📅 อัปเดตล่าสุด 8 ตุลาคม 2569 — ปิดรับสมัครแล้ว (2–24 มิ.ย. 69) ถึงกำหนดประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิคะแนนเพิ่มพิเศษ (1 ต.ค. 69) และประกาศปรับปรุงรายชื่อ (ถ้ามี 8 ต.ค. 69) แล้ว ขั้นต่อไปคือประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ 13 พ.ย. 69 ก่อนสอบข้อเขียน 29 พ.ย. 69

สอบนายสิบตำรวจ สายอำนวยการ ปี 2569 สอบข้อเขียนวันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2569 เวลา 13.30–16.30 น. รอบนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดรับ 2 ประกาศพร้อมกัน คือสายอำนวยการและสนับสนุนของกองบัญชาการศึกษา (อก.1) 800 อัตรา กับสายงานวิทยาการของสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (พฐ.2 / พฐ.3) 100 อัตรา รวม 900 อัตรา ทั้งสองสายสอบวันเดียวกันและใช้หลักสูตรชุดเดียวกัน 150 ข้อ

บทความนี้สรุปจากประกาศรับสมัครฉบับทางการทั้ง 2 ฉบับที่ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ครอบคลุมวิชาที่สอบ จำนวนข้อของแต่ละวิชา คะแนนขั้นต่ำ ขั้นตอนในรอบสอง กฎห้องสอบ และกำหนดการทั้งหมด ท้ายบทความมีแนวข้อสอบ 24 ข้อที่ทีมงานเขียนขึ้นใหม่ตามหลักสูตรในประกาศ เฉลยวิชางานสารบรรณและกฎหมายอ้างเลขข้อระเบียบหรือมาตรา ข้อ IT อ้างคู่มือ Microsoft Support ส่วนข้อคณิต ภาษาไทย และภาษาอังกฤษอธิบายวิธีคิดทีละขั้น เรื่องไหนที่ประกาศยังไม่ได้ระบุ เราเขียนไว้ตรง ๆ ว่า “รอประกาศอย่างเป็นทางการ”

⚡ สรุปสั้นใน 1 นาที

  • 900 อัตรา จาก 2 ประกาศ: บช.ศ. สาย อก.1 800 อัตรา (ชายและหญิง) + สพฐ.ตร. พฐ.2 ชาย 80 / พฐ.3 หญิง 20
  • สอบข้อเขียน: อาทิตย์ 29 พ.ย. 69 เวลา 13.30–16.30 น. เข้าห้องสอบ 11.30–13.15 น. ถ้ามาหลัง 13.15 น. จะไม่ได้เข้าสอบ
  • ข้อสอบ 150 ข้อ 150 คะแนน: ภาค 1 40 คะแนน + ภาค 2 110 คะแนน เวลา 3 ชั่วโมง
  • เกณฑ์ผ่าน: ต้องได้ไม่ต่ำกว่า 60% ในแต่ละภาค (คิดจากคะแนนเต็มได้ภาค 1 ≥ 24 และภาค 2 ≥ 66) โดยประกาศระบุให้คำนึงถึงหลักวิชาการวัดผลด้วย จากนั้นจึงเรียงลำดับตามคะแนนรวม
  • รอบสอง: รายงานตัว วัดขนาดร่างกาย พิมพ์ลายนิ้วมือ แล้วสัมภาษณ์ 20 คะแนน (มีผลแค่ผ่านหรือไม่ผ่าน) และตรวจร่างกายกับสุขภาพจิต ประกาศไม่ได้ระบุว่ามีการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
  • วันประกาศผล: ผู้ผ่านข้อเขียนประกาศ 18 ธ.ค. 69 ส่วนผู้สอบแข่งขันได้ประกาศ 10 มิ.ย. 70

สรุปประกาศ 2 ฉบับ: อก.1 / พฐ.2 / พฐ.3 รวม 900 อัตรา

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แยกการรับสมัครรอบนี้เป็น 2 ประกาศ ทั้งสองฉบับลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ฉบับแรกเป็นประกาศกองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.) เรื่องรับสมัครบุคคลผู้มีวุฒิ ม.6 หรือ ปวช. หรือเทียบเท่า เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน พ.ศ. 2569 (กลุ่มสายงานอำนวยการและสนับสนุน) โดยวิธีสอบแข่งขัน ฉบับที่สองเป็นประกาศสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.ตร.) สำหรับกลุ่มสายงานอำนวยการและสนับสนุน สายงานวิทยาการ ทั้งสองฉบับออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 66 และมาตรา 73 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ประกอบกับ กฎ ก.ตร. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกหรือการสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2566

รายการสาย อก.1 (บช.ศ.)สาย พฐ.2 / พฐ.3 (สพฐ.ตร.)
ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ กลุ่มสายงานอำนวยการและสนับสนุน เช่น งานธุรการ การเงินและบัญชี พัสดุ ในหน่วยงานต่าง ๆ สังกัด สตช.ผู้บังคับหมู่ กลุ่มสายงานอำนวยการและสนับสนุน สายงานวิทยาการ สังกัดสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
จำนวนรับ800 อัตราพฐ.2 ชาย 80 อัตรา / พฐ.3 หญิง 20 อัตรา (รวม 100)
เพศชายและหญิงแยกรหัส: พฐ.2 ชาย / พฐ.3 หญิง
จำนวนผู้ผ่านข้อเขียนเข้ารอบสอง1,120 คน150 คน (พฐ.2 120 คน / พฐ.3 30 คน)
หน่วยจัดที่นั่งสอบกองบัญชาการศึกษา, กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศูนย์ฝึกอบรม บช.น. จ.นครปฐม), ตำรวจภูธรภาค 1–9 (ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค)สพฐ.ตร. (กองบังคับการอำนวยการ สพฐ.ตร. อาคาร 16 ถ.พระราม 1 ปทุมวัน) และตำรวจภูธรภาค 1–9
หลักสูตรสอบเหมือนกันทุกวิชา จำนวนข้อและคะแนนเท่ากัน (ผนวก ฉ ของทั้งสองประกาศตรงกัน)
วันสอบข้อเขียนอาทิตย์ 29 พ.ย. 2569 เวลา 13.30–16.30 น. (วันและเวลาเดียวกันทั้งสองประกาศ)
ช่องทางประกาศadmission.edupol.org และ policeadmission.jobthaigov.comwww.forensic.police.go.th และ policeadmission.jobthaigov.com

📌 คนละประกาศกับ “นักเรียนนายสิบตำรวจ (นสต.)”

ประกาศรับนักเรียนนายสิบตำรวจ 6,000 อัตรา (สมัคร 8–19 ส.ค. 69 สอบข้อเขียน 17 ม.ค. 70) เป็นอีกประกาศหนึ่ง คุณสมบัติและวิชาสอบไม่เหมือนกับสาย อก./พฐ. ในบทความนี้ ผู้ที่สอบได้สาย อก. หรือ พฐ. จะบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ไม่ได้เข้าเป็นนักเรียนนายสิบ อ่านรายละเอียดของอีกประกาศได้ที่ นายสิบตำรวจ นสต. 2569

คุณสมบัติผู้สมัคร (ใช้ทั้งสาย อก. และ พฐ.)

รับสมัครปิดไปแล้ว แต่คนที่สมัครไว้ยังควรทวนคุณสมบัติอีกรอบ เพราะในรอบสองต้องไปรายงานตัว ยื่นเอกสาร และวัดขนาดร่างกายจริง ตารางนี้สรุปเฉพาะเกณฑ์หลักที่ทั้งสองประกาศกำหนดไว้ตรงกัน

เรื่องเกณฑ์ตามประกาศ
อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และไม่เกิน 35 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันสุดท้ายของการรับสมัคร (24 มิ.ย. 2569) คือเกิดระหว่าง 24 มิ.ย. 2534 ถึง 24 มิ.ย. 2551
วุฒิการศึกษาม.6 หรือ ปวช. หรือเทียบเท่า สำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติภายใน 24 มิ.ย. 2569 และต้องเป็นวุฒิที่กระทรวงศึกษาธิการ ก.ตร. หรือ ก.พ. รับรอง
เพศอก.1 รับชายและหญิง / พฐ.2 รับชาย / พฐ.3 รับหญิง
ร่างกาย (ชาย)สูงไม่น้อยกว่า 160 ซม. และรอบอกไม่น้อยกว่า 77 ซม.
ร่างกาย (หญิง)สูงไม่น้อยกว่า 150 ซม.
เงื่อนไขอื่นข้าราชการตำรวจต้องลาออกก่อนวันสมัคร · ผู้ที่เคยทุจริตในการสอบเข้ารับราชการไม่มีสิทธิสมัคร · สมัครได้เพียงสายเดียวและครั้งเดียว และเมื่อสมัครแล้วจะสมัครประกาศอื่นของ สตช. ที่ดำเนินการพร้อมกันไม่ได้

⚠️ วุฒิสูงกว่าไม่ได้ช่วยอะไร: ประกาศระบุว่าไม่สามารถใช้วุฒิที่สูงกว่าที่กำหนดเพื่อเรียกร้องสิทธิใด ๆ ได้ ส่วนคุณสมบัติทั่วไปและลักษณะต้องห้ามข้ออื่นมีรายละเอียดอีกมาก ให้ตรวจในประกาศรับสมัครฉบับเต็ม

สอบนายสิบตำรวจ สายอำนวยการ สอบวิชาอะไร คะแนนเท่าไร

ข้อสอบข้อเขียนเป็นปรนัย 4 ตัวเลือก 150 ข้อ 150 คะแนน ใช้เวลา 3 ชั่วโมง แบ่งเป็น 2 ภาค ส่วนภาคที่ 3 คือภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์) จะสอบในรอบสอง ขอบเขตของแต่ละวิชาในตารางนี้สรุปจากผนวก ฉ ของประกาศ

ภาควิชาข้อ / คะแนนขอบเขตตามประกาศ
ภาค 1
ความรู้ความสามารถทั่วไป
(40 คะแนน)
ความสามารถทั่วไป20การคิดเชิงเหตุผล: เหตุผลเชิงตรรกะ อุปมาอุปไมย อนุกรม มิติสัมพันธ์ · การคิดเชิงจำนวน: คำนวณขั้นพื้นฐาน อัตราส่วนและร้อยละ สมการและอสมการ การแก้ปัญหาโดยใช้เซต ความน่าจะเป็น สถิติพื้นฐาน การนำเสนอข้อมูล
ภาษาไทย20ทักษะการใช้ภาษาด้านการอ่าน การเขียน และการสื่อสารอย่างมีวิจารณญาณ การใช้ถ้อยคำ สำนวน การใช้คำให้ตรงกับความหมาย กฎเกณฑ์และความนิยม การเลือกใช้ภาษาในงานเขียนรูปแบบต่าง ๆ การจับใจความ วิเคราะห์ความ สรุปความ ตีความจากข้อความสั้น ๆ หรือจากบทความ
ภาค 2
ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง
(110 คะแนน)
เทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์เพื่อสำนักงาน40ความรู้เบื้องต้นด้าน IT ระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์ การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายเบื้องต้น ทักษะ Microsoft Word, Excel, PowerPoint การสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตและ Social Media และเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่
งานสารบรรณ30ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม + ระเบียบ ตร. ว่าด้วยประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 54 งานสารบรรณ พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
กฎหมายที่ประชาชนควรรู้25ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันที่ประชาชนควรรู้ — ประกาศไม่ได้ระบุชื่อกฎหมายเป็นรายฉบับ
ภาษาอังกฤษ15Reading Ability (reading comprehension, vocabulary), Grammatical Structure (structure, grammar) และ Conversation
ภาค 3
ความเหมาะสมกับตำแหน่ง
สัมภาษณ์ (รอบสอง)20 คะแนนบุคลิกภาพ ท่วงทีวาจาและการควบคุมอารมณ์ คุณธรรมจริยธรรม ปฏิภาณไหวพริบ ทัศนคติต่ออาชีพตำรวจ
รวมข้อเขียน150 ข้อ / 150 คะแนนปรนัย 4 ตัวเลือก เวลา 3 ชั่วโมง

💡 ตัวเลขในตารางบอกอะไร: IT 40 ข้อกับงานสารบรรณ 30 ข้อรวมกันได้ 70 ข้อ ราว 47% ของข้อสอบทั้งหมด สองวิชานี้จึงควรได้เวลาอ่านมากที่สุด แต่ห้ามทิ้งภาค 1 เพราะเกณฑ์ 60% คิดแยกรายภาค ถ้าภาค 1 ไม่ถึงเกณฑ์ ภาค 2 ได้สูงแค่ไหนก็ไม่ผ่าน

📖 อ่านฉบับปัจจุบันเท่านั้น

หมายเหตุท้ายหลักสูตรในผนวก ฉ ระบุว่าขอบเขตวิชาที่ใช้สอบข้อเขียนจะใช้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันเท่านั้น จึงควรอ่านระเบียบและกฎหมายฉบับที่รวมการแก้ไขล่าสุดแล้ว เช่น ระเบียบงานสารบรรณที่ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2564 เพิ่มนิยาม “หนังสืออิเล็กทรอนิกส์” และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่แก้ไขโดยกฎหมายสมรสเท่าเทียม (มีผลตั้งแต่ 23 ม.ค. 2568) ตำราที่ยังไม่ปรับปรุงอาจใช้ตัวเลขหรือถ้อยคำเดิม ส่วนตัวบทระเบียบ ตร. ลักษณะที่ 54 งานสารบรรณ ให้หาฉบับรวมแก้ไขล่าสุดจากเว็บไซต์หน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เกณฑ์ผ่านและวิธีเรียงลำดับ

ข้อควรระวัง: ประกาศกำหนดให้ต้องได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ในแต่ละภาค ไม่ใช่ร้อยละ 60 ของคะแนนรวม คนที่ผ่านครบทุกภาคเท่านั้นจึงจะถูกนำคะแนนรวมมาเรียงลำดับ แล้วเรียกเข้ารอบสองตามจำนวนที่ประกาศกำหนด

ภาคคะแนนเต็ม60% ของคะแนนเต็ม
ภาค 1 ความรู้ความสามารถทั่วไป4024
ภาค 2 ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง11066
ภาค 3 ความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์)20ต้องได้ผล “ผ่าน” (ผ่าน = 20 / ไม่ผ่าน = 0)

📏 ตัวเลข 24 และ 66 คำนวณจากร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม ทั้งนี้ผนวก ฉ ระบุต่อท้ายเกณฑ์ผ่านข้อเขียนว่า “ให้คำนึงถึงหลักวิชาการวัดผลด้วย” วิธีประมวลผลคะแนนจริงให้ยึดประกาศอย่างเป็นทางการ

ถ้าคะแนนรวมข้อเขียนเท่ากัน: ดูคะแนนภาค 2 → คะแนนวิชาภาษาไทย → ผู้ชำระเงินค่าสมัครก่อน → จับสลาก

ตัวอย่างสมมติ

ผู้สอบ A ได้ภาค 1 = 36 และภาค 2 = 64 รวม 100 คะแนน แต่ไม่ผ่าน เพราะภาค 2 ต่ำกว่า 66 ส่วนผู้สอบ B ได้ภาค 1 = 25 และภาค 2 = 70 รวม 95 คะแนน แม้คะแนนรวมน้อยกว่า A แต่ผ่านเกณฑ์ ทั้งสองภาค จึงได้เข้าไปแข่งเรียงลำดับคะแนนรวมกับคนอื่นต่อ

ประกาศกำหนดจำนวนผู้ผ่านข้อเขียนที่มีสิทธิเข้ารอบสองไว้ที่ สาย อก. 1,120 คน และ สาย พฐ. 150 คน (พฐ.2 120 คน / พฐ.3 30 คน)

ตัดสินผู้สอบแข่งขันได้หลังรอบสอง

ผู้สอบแข่งขันได้ต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ครบทั้ง 3 ภาค นอกจากนี้ต้องผ่านเกณฑ์การตรวจร่างกายและทดสอบสุขภาพจิต (ข้อ 6) และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ ประวัติอาชญากรรมและความประพฤติ (ข้อ 7) จากนั้นจึงจัดลำดับตามคะแนนรวม หากคะแนนรวมเท่ากัน ประกาศให้พิจารณาตามลำดับนี้

  1. ผู้ที่ได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งมากกว่า
  2. ถ้ายังเท่ากัน ดูคะแนนภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง
  3. ถ้ายังเท่ากัน ดูคะแนนวิชาภาษาไทย
  4. ถ้ายังเท่ากัน ผู้ที่ชำระเงินค่าสมัครก่อนได้ลำดับดีกว่า
  5. ถ้ายังเท่ากันอีก ใช้วิธีจับสลาก

ถ้านับคะแนนเต็มของทั้ง 3 ภาครวมกันจะได้ 40 + 110 + 20 = 170 คะแนน ตัวเลข 170 นี้เป็นการบวกเอง เพราะประกาศไม่ได้เขียนยอดรวมไว้ ส่วนเงื่อนไขการบรรจุ เช่น กรณีผู้ที่เป็นข้าราชการอยู่แล้ว ดูได้ในหัวข้อรอบสองด้านล่าง

คะแนนเพิ่มพิเศษ 3 คะแนน

สิทธินี้มีเพียง 2 กรณี และผู้สมัครใช้สิทธิได้กรณีเดียว (ผนวก ง): (1) บุตรโดยกำเนิดของข้าราชการตำรวจซึ่งถึงแก่กรรม หรือได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือบาดเจ็บจนทุพพลภาพ เนื่องจากปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือ (2) บุตรโดยกำเนิดของบุคคลทั่วไปซึ่งถึงแก่กรรม หรือได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือบาดเจ็บจนทุพพลภาพ เนื่องจากช่วยเหลือราชการตำรวจ เฉพาะในกรณีการปราบปรามโจรผู้ร้าย หรือก่อความไม่สงบ หรืออริราชศัตรู การเป็นบุตรข้าราชการตำรวจเพียงอย่างเดียวจึงไม่ได้สิทธินี้

คะแนนพิเศษจะบวกเข้ากับคะแนนข้อเขียนหลังประมวลผล ก่อนประกาศรายชื่อผู้ผ่านข้อเขียน และบวกให้เฉพาะคนที่ได้คะแนนแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 แล้วเท่านั้น จึงช่วยคนที่ยังไม่ถึงเกณฑ์ให้ผ่านไม่ได้ และเมื่อรวมแล้วต้องไม่เกินคะแนนเต็มของข้อเขียน ช่วงยื่นหลักฐานขอรับสิทธิ (25 มิ.ย.–7 ก.ค. 2569) ผ่านไปแล้ว รายชื่อผู้ได้รับสิทธิถึงกำหนดประกาศเมื่อ 1 ต.ค. 2569 และกำหนดประกาศปรับปรุงรายชื่อ (ถ้ามี) คือวันที่ 8 ต.ค. 2569

รอบสองมีอะไรบ้าง: รายงานตัว สัมภาษณ์ ตรวจร่างกาย

ผู้ผ่านข้อเขียนจะมีชื่อในประกาศวันที่ 18 ธ.ค. 2569 ซึ่งเป็นประกาศเดียวกับที่แจ้งวัน เวลา และสถานที่ของรอบสอง ขณะนี้จึงยังไม่มีวันที่ของแต่ละขั้น (รอประกาศอย่างเป็นทางการ) ขั้นตอนที่ประกาศรับสมัครกำหนดไว้มี 3 ส่วน ดังนี้

  1. รายงานตัวและยื่นเอกสาร พร้อมวัดขนาดร่างกาย และพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรม
  2. สอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์) คะแนนเต็ม 20 คะแนน
  3. ตรวจร่างกายและทดสอบสุขภาพจิต โดยแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ

หัวข้อที่ใช้ประเมินในการสัมภาษณ์

บุคลิกภาพ · ท่วงทีวาจาและการควบคุมอารมณ์ · คุณธรรมจริยธรรม · ปฏิภาณไหวพริบ · ทัศนคติต่ออาชีพตำรวจ ผลมีเพียง 2 แบบ คือ “ผ่าน” ได้ 20 คะแนน หรือ “ไม่ผ่าน” ได้ 0 คะแนน ไม่มีการให้คะแนนเป็นระดับ

⚠️ เรื่องสอบวิ่งหรือว่ายน้ำ: ประกาศรับสมัครกำหนดรอบสองไว้ 3 ส่วน (รายงานตัว/วัดขนาดร่างกาย/พิมพ์ลายนิ้วมือ, สัมภาษณ์, ตรวจร่างกายและทดสอบสุขภาพจิต) และไม่ได้กำหนดการทดสอบสมรรถภาพร่างกายไว้ รายละเอียดสุดท้ายให้ยึดประกาศวันที่ 18 ธ.ค. 2569 และระวังข้อมูลที่ยกมาจากประกาศสายอื่น

💡 เตรียมตัวรอบสองตามผนวก ช

  • ชุดวันสัมภาษณ์ (ข้อ 7.1): ชายสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีสุภาพ กางเกงขายาวผ้าปกติสีเข้ม · หญิงสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีสุภาพ กระโปรงแบบสุภาพ · ทั้งชายและหญิงสวมรองเท้าหนังหุ้มส้นสีดำ ห้ามยีนส์ รองเท้าแตะ และรองเท้าผ้าใบ
  • เอกสารแสดงตัว (ข้อ 6.1, 7.2): บัตรประจำตัวสอบคู่กับบัตรประจำตัวประชาชน หรือใบอนุญาตขับรถ หรือใบคัดสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริงที่ไม่หมดอายุ ทั้งวันตรวจร่างกายและวันสัมภาษณ์
  • อุปกรณ์สื่อสาร (ข้อ 6.3, 7.4): ห้ามนำโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ติดตัวในขั้นตอนตรวจร่างกาย และห้ามใช้ระหว่างสัมภาษณ์
  • ตรงเวลา: มารายงานตัวหลังเวลาที่กำหนดหรือไม่มารายงานตัว ถือว่าสละสิทธิในขั้นตอนนั้นและหมดสิทธิเข้าขั้นตอนต่อไป

สอบได้แล้วบรรจุเป็นอะไร

ผู้สอบแข่งขันได้จะเข้าเลือกตำแหน่งตามลำดับที่สอบได้จากบัญชีตำแหน่งในสังกัด (ข้อ 9.2.1) แล้วบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ชั้นยศสิบตำรวจตรี ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ (ข้อ 9.2.2) เรื่องเงินเดือน ประกาศระบุเพียง “รับอัตราเงินเดือนตามคุณวุฒิ” ไม่มีตัวเลข อัตราจริงรอประกาศอย่างเป็นทางการ (คำสั่งบรรจุ) หรือสอบถามกองการสอบ บช.ศ. 0 2941 3162 / สพฐ.ตร. 0 2205 1060–1063 ผู้ที่บรรจุแล้วต้องปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่บรรจุไม่น้อยกว่า 4 ปี จึงจะได้รับการพิจารณาแต่งตั้งไปตำแหน่งอื่น (ข้อ 9.2.3) และ สตช. ไม่รับโอน ผู้สอบได้ที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐต้องลาออกจากหน่วยงานเดิมโดยมีผลก่อนวันบรรจุ (ข้อ 9.1)

กำหนดการทั้งหมดและสถานะ ณ 8 ต.ค. 2569

วันที่ขั้นตอนสถานะ
26 พ.ค. 2569ประกาศรับสมัคร 2 ฉบับ (บช.ศ. และ สพฐ.ตร.)ผ่านแล้ว
2–24 มิ.ย. 2569สมัครทางอินเทอร์เน็ตและชำระเงิน 575 บาท (ค่าธรรมเนียมสอบ 550 + ค่าบริการ 25)ปิดแล้ว
2–25 ก.ค. 2569เลือกหน่วยจัดที่นั่งสอบผ่านแล้ว
17–23 ก.ย. 2569ตรวจและแก้ไขรูปถ่ายและรูปบัตรผ่านแล้ว
1 ต.ค. 2569ประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิคะแนนเพิ่มเป็นพิเศษ (สาย อก. ที่ admission.edupol.org / สาย พฐ. ที่ www.forensic.police.go.th)ถึงกำหนดแล้ว
8 ต.ค. 2569ประกาศปรับปรุงรายชื่อคะแนนพิเศษ (ถ้ามี)ถึงกำหนดแล้ว
13 พ.ย. 2569ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และเริ่มพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ (กระดาษ A4 สีขาว)ถัดไป
28 พ.ย. 2569ประกาศผังที่นั่งสอบ อาคาร และห้องสอบ (ทางเว็บไซต์และปิดประกาศที่สนามสอบ)ถัดไป
29 พ.ย. 2569สอบข้อเขียน 13.30–16.30 น. (เข้าห้องสอบ 11.30–13.15 น.)วันสอบ
18 ธ.ค. 2569ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านข้อเขียนและมีสิทธิเข้ารอบสอง (เรียงตามรหัสประจำตัวสอบ) พร้อมแจ้งวัน เวลา สถานที่ของรอบสอง — หากต้องการทราบผลคะแนน ยื่นคำขอภายใน 7 วันนับแต่วันประกาศ (สาย อก. ที่กองการสอบ บช.ศ. / สาย พฐ. ที่ สพฐ.ตร.)รอประกาศ
ตามประกาศ 18 ธ.ค.รายงานตัว วัดขนาดร่างกาย พิมพ์ลายนิ้วมือ / สัมภาษณ์ / ตรวจร่างกายและสุขภาพจิตรอประกาศอย่างเป็นทางการ
17 มี.ค. 2570ประกาศรายชื่อผู้ไม่ผ่านการตรวจร่างกาย · ผู้ไม่ผ่านที่มีเอกสารหลักฐานตามหมายเหตุในผนวก ข ยื่นอุทธรณ์ได้ 18 มี.ค.–1 เม.ย. 2570 ที่กองการสอบ บช.ศ. (อก.) / สพฐ.ตร. (พฐ.)รอประกาศ
10 มิ.ย. 2570ประกาศรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้และบัญชีสำรอง (บัญชีสำรองใช้เฉพาะการสอบครั้งนี้)รอประกาศ

ใครที่ติดตามสอบหลายสนามในปีเดียวกัน ดูวันสมัครและวันสอบของหน่วยงานอื่นได้ที่ ปฏิทินสอบราชการ 2569

📞 ช่องทางติดตามประกาศและติดต่อ

  • สาย อก.1: ประกาศที่ admission.edupol.org และ policeadmission.jobthaigov.com แอป OnePolice และ Police Care · สอบถามกองการสอบ บช.ศ. 0 2941 3162, 0 2941 1928, 0 2941 2698, 0 2941 3661 · ขอทราบผลสอบภายใน 7 วันนับแต่วันประกาศผลแต่ละขั้นตอน และยื่นอุทธรณ์ผลตรวจร่างกาย ที่กองการสอบ บช.ศ.
  • สาย พฐ.2/พฐ.3: ประกาศที่ www.forensic.police.go.th และ policeadmission.jobthaigov.com แอป OnePolice และ Police Care · สอบถามฝ่ายธุรการและกำลังพล กองบังคับการอำนวยการ สพฐ.ตร. 0 2205 1060–1063 · ขอทราบผลสอบภายใน 7 วัน และยื่นอุทธรณ์ผลตรวจร่างกาย ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
  • ทั้งสองสาย: Call Center ระบบรับสมัคร 0 2697 0999 กด 1 กด 203 (จันทร์–ศุกร์ 08.30–17.30 น.)

กฎห้องสอบและการแต่งกายวันสอบ

ระเบียบเข้าห้องสอบอยู่ในผนวก ช ของประกาศ (เนื้อหาเหมือนกันทั้งสองสาย) โดยเฉพาะรายการของที่นำเข้าได้และการแต่งกายกำหนดไว้ละเอียด ควรเตรียมทุกอย่างให้ครบตั้งแต่คืนก่อนสอบ และเปิดอ่านผนวก ช ฉบับเต็มอีกรอบ

✅ นำเข้าห้องสอบได้เฉพาะ

ดินสอดำเบอร์ 2B ขึ้นไป · ปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน · บัตรประจำตัวสอบ คู่กับบัตรประจำตัวประชาชน หรือใบอนุญาตขับรถ หรือใบคัดสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริงเท่านั้น (ต้องไม่หมดอายุ และชัดเจนทั้งรูปถ่ายและตัวอักษร) · หากชื่อ-สกุลไม่ตรงกับข้อมูลการสมัคร ให้นำใบเปลี่ยนชื่อ-สกุลฉบับจริงพร้อมสำเนา 1 ฉบับ — ส่วนยางลบ หน่วยสอบเป็นผู้จัดเตรียมให้ ไม่ต้องนำมาเอง (ผนวก ช ข้อ 1.1) ถ้าไม่มีบัตรใดบัตรหนึ่ง หรือบัตรไม่สมบูรณ์จนพิสูจน์ตัวบุคคลไม่ได้ จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสอบ (ข้อ 1.6)

❌ ห้ามนำเข้าอาคารหรือห้องสอบ: อาวุธ กระดาษหรือตำรา เครื่องคำนวณเลข เครื่องมือสื่อสาร เครื่องมือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด เครื่องประดับ เช่น นาฬิกาข้อมือ สร้อยคอ แหวน ตุ้มหู อุปกรณ์ทำด้วยโลหะทุกชนิด และสิ่งของอื่นนอกจากที่อนุญาต — ไม่มีการรับฝาก หากตรวจพบหลังเริ่มสอบถือว่ามีเจตนาทุจริต (ผนวก ช ข้อ 1.2)

👕 การแต่งกาย (ผนวก ช ข้อ 1.3)

เสื้อยืดแขนสั้น ไม่มีปกและกระดุม ไม่มีกระเป๋า ไม่มีเครื่องประดับและวัสดุตกแต่งทุกชนิด (ผู้เข้าสอบหญิงที่นับถือศาสนาอิสลาม สวมเสื้อยืดแขนยาวและฮิญาบสีสุภาพ ไม่มีลวดลาย โดยใช้เข็มกลัดที่ไม่ใช่เครื่องประดับติดไว้ด้านหลังได้) · กางเกงวอร์มขายาว · รองเท้าแตะแบบหูหนีบสีสุภาพ เปิดนิ้วเท้าและส้นเท้า · ห้ามสวมถุงเท้าหรือถุงน่องเด็ดขาด

💡 เตรียมตัวให้ตรงกับกฎ: ห้องสอบไม่ให้ใช้เครื่องคำนวณ ตอนฝึกโจทย์คณิตจึงควรคิดมือทุกข้อ และเพราะห้ามใส่นาฬิกาข้อมือด้วย ควรซ้อมทำข้อสอบ 150 ข้อใน 3 ชั่วโมงให้ชินกับจังหวะ

📝 สิ่งที่ประกาศเตือนไว้ในวันสอบข้อเขียน

  • ถ้าหาชื่อในผังที่นั่งสอบไม่พบหรือมีปัญหาเรื่องห้องสอบ ให้ติดต่อกองอำนวยการประจำสนามสอบก่อนเวลาเรียกเข้าห้องสอบไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง (ผนวก ช ข้อ 1.5)
  • เมื่อเริ่มสอบแล้วต้องอยู่ในห้องสอบจนหมดเวลา ออกก่อนไม่ได้ ยกเว้นกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่ง (ข้อ 1.7)
  • ระบายรหัสประจำตัวสอบ 9 หลัก และรหัสชุดข้อสอบ 8 หลัก ให้ถูกต้อง ถ้าระบายผิดถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เข้าสอบและจะไม่ตรวจให้คะแนน (ข้อ 4.3) ประกาศข้อ 10.3 ยังเตือนว่าการสอบครั้งที่ผ่านมามีผู้ระบายรหัสชุดข้อสอบผิดเป็นจำนวนมากจนเสียสิทธิ
  • ถ้าสงสัยว่าคำถามหรือคำตอบข้อใดผิดพลาดหรือไม่ครบถ้วน ไม่ต้องถามเจ้าหน้าที่คุมสอบ ให้ตอบตามที่เห็นสมควร ห้ามเว้นว่าง (ข้อ 5.1.4)

แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ สายอำนวยการ 24 ข้อ พร้อมเฉลย

ทีมงาน naewsob เขียนแนวข้อสอบชุดนี้ขึ้นใหม่ตามหลักสูตรในผนวก ฉ ของประกาศ ไม่ใช่ข้อสอบจริงหรือข้อสอบเก่า มีครบทุกวิชาในภาค 1 และภาค 2 เฉลยข้อกฎหมายและระเบียบ (ข้อ 13–21) อ้างเลขข้อหรือมาตรา ข้อ IT (ข้อ 8–12) อ้างหน้าคู่มือ Microsoft Support ส่วนข้อคิดคำนวณ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษอธิบายวิธีคิดทีละขั้น แนะนำให้ทำเองก่อนแล้วค่อยกดดูเฉลย

ℹ️ สัดส่วนข้อในชุดนี้ไม่เท่ากับข้อสอบจริง ให้ดูน้ำหนักแต่ละวิชาจากตารางคะแนนด้านบน และชุดนี้ไม่ได้ออกข้อสอบจากระเบียบ ตร. ลักษณะที่ 54

ภาค 1 · ความสามารถทั่วไป (ข้อ 1–4)

ข้อ 1. จงหาจำนวนถัดไปของอนุกรม 3, 6, 11, 18, 27, ?

ก. 36

ข. 38

ค. 39

ง. 40

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ข. 38 — ผลต่างระหว่างพจน์ที่ติดกันคือ 3, 5, 7, 9 ซึ่งเพิ่มขึ้นทีละ 2 พจน์ถัดไปจึงต้องบวก 11 ได้ 27 + 11 = 38 (หัวข้ออนุกรม ในส่วนการคิดเชิงเหตุผล)

ข้อ 2. สินค้าราคา 800 บาท ลดราคา 15% แล้วลดเพิ่มอีก 10% จากราคาที่ลดแล้ว ราคาสุดท้ายเท่ากับกี่บาท

ก. 600

ข. 608

ค. 612

ง. 680

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ค. 612 — 800 × 0.85 = 680 แล้ว 680 × 0.90 = 612 ข้อ ก. เป็นกับดักของคนที่บวกส่วนลดเป็น 25% ซึ่งผิด เพราะส่วนลดครั้งที่สองคิดจากราคาที่ลดแล้ว ส่วนข้อ ง. คือราคาหลังลดครั้งแรกเท่านั้น (หัวข้อร้อยละ)

ข้อ 3. กำหนดให้ “ตำรวจทุกคนผ่านการฝึก” และ “สมชายไม่ผ่านการฝึก” ข้อใดสรุปได้ถูกต้อง

ก. สมชายไม่ใช่ตำรวจ

ข. สมชายเป็นตำรวจ

ค. ผู้ที่ผ่านการฝึกทุกคนเป็นตำรวจ

ง. สรุปไม่ได้แน่ชัด

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ก. — ถ้าเป็นตำรวจต้องผ่านการฝึก เมื่อสมชายไม่ผ่านการฝึก สมชายจึงไม่ใช่ตำรวจ ข้อ ค. เป็นการกลับข้อความเงื่อนไขซึ่งสรุปจากข้อมูลที่ให้ไม่ได้ (หัวข้อเหตุผลเชิงตรรกะ)

ข้อ 4. ในกลุ่มคน 40 คน มี 25 คนเรียนภาษาอังกฤษ 20 คนเรียนคอมพิวเตอร์ และ 8 คนเรียนทั้งสองวิชา มีกี่คนที่ไม่ได้เรียนวิชาใดเลย

ก. 13

ข. 8

ค. 5

ง. 3

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ง. 3 — คนที่เรียนอย่างน้อย 1 วิชา = 25 + 20 − 8 = 37 คน (ต้องหักคนที่ถูกนับซ้ำ 8 คน) จึงเหลือคนที่ไม่ได้เรียนวิชาใดเลย 40 − 37 = 3 คน (หัวข้อการแก้ปัญหาโดยใช้เซต)

ภาค 1 · ภาษาไทย (ข้อ 5–7)

ข้อ 5. อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบว่าข้อใดคือใจความสำคัญ

“หนังสือราชการต้องใช้ถ้อยคำชัดเจน กระชับ และตรวจสอบได้ หากใช้ถ้อยคำกำกวม ผู้รับอาจตีความผิดและต้องเสียเวลาติดต่อกลับเพื่อสอบถาม”

ก. หนังสือราชการควรเขียนให้ยาวและละเอียดที่สุด

ข. ภาษาที่ชัดเจนช่วยลดการตีความผิดในงานราชการ

ค. ผู้รับหนังสือราชการมักเสียเวลาติดต่อกลับ

ง. ควรติดต่อทางโทรศัพท์แทนการทำหนังสือ

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ข. — ประโยคแรกเป็นหลักการ (ใช้ถ้อยคำชัดเจน) ประโยคหลังเป็นเหตุผลสนับสนุน (ถ้ากำกวมจะตีความผิด) ข้อ ค. เป็นเพียงรายละเอียดส่วนหนึ่ง ข้อ ก. ขัดกับคำว่า “กระชับ” และข้อ ง. ไม่มีอยู่ในข้อความ (การอ่านจับใจความ)

ข้อ 6. ประโยคใดมีความหมายกำกวม

ก. ตำรวจไล่จับคนร้ายขณะวิ่งข้ามถนน

ข. คนร้ายวิ่งข้ามถนนแล้วถูกตำรวจจับ

ค. ตำรวจวิ่งข้ามถนนไปจับคนร้าย

ง. ขณะคนร้ายวิ่งข้ามถนน ตำรวจก็เข้าจับกุม

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ก. — ไม่ชัดว่าคนที่ “วิ่งข้ามถนน” คือตำรวจหรือคนร้าย ส่วนข้ออื่นระบุผู้กระทำไว้ชัดเจน (ประโยคกำกวม)

ข้อ 7. เรียงข้อความต่อไปนี้ให้เป็นประโยคที่สื่อความชัดเจนที่สุด

(1) จึงควรตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่ง
(2) หนังสือราชการเป็นหลักฐานของทางราชการ
(3) หากมีข้อผิดพลาด
(4) อาจก่อให้เกิดความเสียหายได้

ก. (1) – (2) – (3) – (4)

ข. (3) – (1) – (2) – (4)

ค. (2) – (3) – (4) – (1)

ง. (1) – (3) – (4) – (2)

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ค. — เปิดด้วยประธานและข้อเท็จจริง (2) ตามด้วยเงื่อนไข (3) ผลที่อาจเกิดขึ้น (4) แล้วปิดด้วยข้อสรุปที่ขึ้นต้นด้วย “จึง” (1) ข้อ ก. และ ง. ใช้ไม่ได้เพราะ “จึง” เป็นคำเชื่อมบอกผล ต้องมีข้อความที่เป็นเหตุมาก่อน จึงใช้ขึ้นต้นประโยคไม่ได้ ส่วนข้อ ข. นำ “หากมีข้อผิดพลาด” ไปต่อกับ “จึงควรตรวจสอบ…” ทำให้เหตุและผลกลับกัน (การตรวจสอบควรทำเพื่อป้องกันข้อผิดพลาด) และทำให้ (4) ไปต่อท้าย (2) จนอ่านได้ว่าหนังสือราชการเป็นตัวก่อความเสียหาย ความจึงไม่ต่อเนื่อง (การเรียงประโยค)

ภาค 2 · IT และคอมพิวเตอร์เพื่อสำนักงาน (ข้อ 8–12)

ข้อ 8. การพิมพ์สูตรคำนวณในเซลล์ของ Microsoft Excel ต้องขึ้นต้นด้วยเครื่องหมายใด

ก. &

ข. #

ค. =

ง. %

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ค. — คู่มือ Microsoft Support ระบุว่าสูตรใน Excel ขึ้นต้นด้วยเครื่องหมายเท่ากับ (=) เสมอ

ข้อ 9. เซลล์ C1 มีสูตร =A1*$B$1 ถ้าคัดลอกสูตรนี้ไปวางที่เซลล์ C2 สูตรในเซลล์ C2 จะเป็นข้อใด

ก. =A1*$B$1

ข. =A2*$B$2

ค. =A1*$B$2

ง. =A2*$B$1

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ง. — A1 เป็นการอ้างอิงแบบสัมพัทธ์ (relative) จึงเลื่อนตามแถวไปเป็น A2 ส่วน $B$1 เป็นการอ้างอิงแบบสัมบูรณ์ (absolute) จึงคงเดิมไม่ว่าจะคัดลอกไปวางที่ใด (Microsoft Support: Overview of formulas in Excel)

ข้อ 10. ใน Microsoft Word (Windows) คีย์ลัดใดใช้เปิดหน้าต่าง “แทนที่” (Replace) เพื่อค้นหาคำแล้วเปลี่ยนเป็นคำใหม่

ก. Ctrl+F

ข. Ctrl+H

ค. Ctrl+R

ง. Ctrl+E

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ข. — ตามรายการคีย์ลัดของ Microsoft: Ctrl+H = แทนที่, Ctrl+F = ค้นหาอย่างเดียว, Ctrl+E = จัดข้อความกึ่งกลาง

ข้อ 11. ขณะแก้ไขสไลด์ที่ 7 ใน Microsoft PowerPoint (Windows) ต้องการเริ่มนำเสนอจากสไลด์ที่ 7 ทันที ควรกดคีย์ใด

ก. F5

ข. F7

ค. Shift+F5

ง. Esc

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ค. — Shift+F5 เริ่มนำเสนอจากสไลด์ปัจจุบัน ส่วน F5 เริ่มจากสไลด์แรก และ Esc ใช้จบการนำเสนอ (Microsoft Support: คีย์ลัดสำหรับนำเสนอ PowerPoint)

ข้อ 12. ใน Microsoft Word (Windows) ต้องการขึ้นหน้าใหม่ทันทีโดยแทรกตัวแบ่งหน้า (Page Break) ควรกดคีย์ใด

ก. Ctrl+E

ข. Ctrl+P

ค. Ctrl+S

ง. Ctrl+Enter

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ง. — Ctrl+Enter ใช้แทรกตัวแบ่งหน้า ส่วน Ctrl+E = จัดกึ่งกลาง, Ctrl+P = พิมพ์, Ctrl+S = บันทึก (Microsoft Support: Keyboard shortcuts in Word)

ภาค 2 · งานสารบรรณ ตามระเบียบสำนักนายกฯ 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ข้อ 13–18)

ข้อ 13. ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ หนังสือราชการมีกี่ชนิด

ก. 6 ชนิด

ข. 5 ชนิด

ค. 4 ชนิด

ง. 3 ชนิด

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ก. — ข้อ 10 กำหนดไว้ 6 ชนิด ได้แก่ หนังสือภายนอก หนังสือภายใน หนังสือประทับตรา หนังสือสั่งการ หนังสือประชาสัมพันธ์ และหนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ

ข้อ 14. ข้อใดไม่ใช่หนังสือสั่งการ

ก. คำสั่ง

ข. ระเบียบ

ค. ข้อบังคับ

ง. ประกาศ

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ง. — หนังสือสั่งการมี 3 ชนิด คือ คำสั่ง ระเบียบ และข้อบังคับ (ข้อ 15) ส่วน “ประกาศ” เป็นหนังสือประชาสัมพันธ์ ซึ่งมี 3 ชนิด คือ ประกาศ แถลงการณ์ และข่าว (ข้อ 19)

ข้อ 15. หนังสือที่ระบุชั้นความเร็ว “ด่วนมาก” เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติอย่างไร

ก. ปฏิบัติในทันทีที่ได้รับหนังสือ

ข. ปฏิบัติโดยเร็ว

ค. ปฏิบัติเร็วกว่าปกติเท่าที่จะทำได้

ง. ปฏิบัติภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่ได้รับ

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ข. — ข้อ 28 แบ่งชั้นความเร็วเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ด่วนที่สุด = ปฏิบัติในทันทีที่ได้รับ (ข้อ ก.), ด่วนมาก = ปฏิบัติโดยเร็ว, ด่วน = ปฏิบัติเร็วกว่าปกติเท่าที่จะทำได้ (ข้อ ค.) โดยระบุด้วยตัวอักษรสีแดงขนาดไม่เล็กกว่า 32 พอยท์

ข้อ 16. โดยปกติ หนังสือราชการที่เก็บไว้ต้องมีอายุการเก็บไม่น้อยกว่ากี่ปี (เว้นแต่ระเบียบกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น)

ก. 1 ปี

ข. 5 ปี

ค. 10 ปี

ง. 20 ปี

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ค. — ข้อ 57 (แก้ไขโดยระเบียบฯ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2548) กำหนดอายุการเก็บโดยปกติไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปี ตัวเลข 1 ปีใช้กับเรื่องธรรมดาสามัญที่เกิดเป็นประจำ (57.5) 5 ปีใช้กับคู่สำเนาที่ค้นต้นเรื่องได้จากที่อื่น (57.4) ส่วน 20 ปีเป็นเกณฑ์ส่งมอบหนังสือให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติตามข้อ 58

ข้อ 17. เรื่องใดใช้ “หนังสือประทับตรา” ได้

ก. การเตือนเรื่องที่ค้าง

ข. การอนุมัติเบิกจ่ายเงิน

ค. การวางหลักเกณฑ์ให้ถือปฏิบัติเป็นการประจำ

ง. การแถลงทำความเข้าใจเหตุการณ์ให้ทราบโดยทั่วกัน

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ก. — ข้อ 13 ให้ใช้หนังสือประทับตราได้เฉพาะกรณีที่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ (13.1–13.6) ซึ่งรวมถึง 13.5 การเตือนเรื่องที่ค้าง และให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกอง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไป เป็นผู้รับผิดชอบลงชื่อย่อกำกับตรา ส่วนข้อ 14 กำหนดรูปแบบ คือใช้กระดาษตราครุฑตามแบบที่ 3 และ (14.5) ประทับตราชื่อส่วนราชการด้วยหมึกแดง ข้อ ข. เป็นเรื่องการเงินซึ่งไม่อยู่ในกรณี 13.1–13.6 (แม้แต่การตอบรับทราบตามข้อ 13.3 ก็ต้องไม่เกี่ยวกับราชการสำคัญหรือการเงิน) การวางหลักเกณฑ์ให้ถือปฏิบัติเป็นการประจำ (ค.) ต้องทำเป็น “ระเบียบ” (ข้อ 17) และการแถลงทำความเข้าใจ (ง.) ต้องทำเป็น “แถลงการณ์” (ข้อ 21)

ข้อ 18. ทุกปีปฏิทิน ส่วนราชการต้องส่งหนังสือที่มีอายุครบ 20 ปี พร้อมบัญชีส่งมอบ ให้สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ภายในวันใด

ก. 31 ธันวาคมของปีนั้น

ข. 31 มกราคมของปีถัดไป

ค. 31 มีนาคมของปีถัดไป

ง. 30 กันยายนของปีถัดไป

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ข. — ข้อ 58 (แก้ไขโดยระเบียบฯ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2548) กำหนดให้ส่งภายในวันที่ 31 มกราคมของปีถัดไป อย่าสับสนกับการทำลายหนังสือตามข้อ 66 ซึ่งให้สำรวจหนังสือที่ครบอายุการเก็บภายใน 60 วันหลังสิ้นปีปฏิทิน

ภาค 2 · กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ (ข้อ 19–21)

ข้อ 19. ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448 ที่แก้ไขโดยกฎหมายสมรสเท่าเทียม (มีผลใช้บังคับ 23 มกราคม 2568) โดยหลักทั่วไป การสมรสทำได้เมื่อบุคคลทั้งสองฝ่ายมีอายุเท่าใด

ก. 15 ปีบริบูรณ์

ข. 17 ปีบริบูรณ์

ค. 20 ปีบริบูรณ์

ง. 18 ปีบริบูรณ์

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ง. — ป.พ.พ. มาตรา 1448 ที่แก้ไขโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 141 ตอนที่ 58 ก วันที่ 24 ก.ย. 2567 มีผล 23 ม.ค. 2568) กำหนดว่าการสมรสจะทำได้ต่อเมื่อบุคคลทั้งสองฝ่ายมีอายุสิบแปดปีบริบูรณ์แล้ว แต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนนั้นได้ ก่อนแก้ไข มาตรานี้กำหนดไว้ 17 ปีบริบูรณ์ (ตัวเลือก ข.) ตำราที่ยังไม่ปรับปรุงจึงอาจใช้ตัวเลขเดิม ต้องระวังเพราะหลักสูตรกำหนดให้ใช้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน

ข้อ 20. เด็กเกิดในบ้าน เจ้าบ้านหรือบิดาหรือมารดาต้องแจ้งการเกิดต่อนายทะเบียนภายในกี่วันนับแต่วันเกิด

ก. 15 วัน

ข. 7 วัน

ค. 45 วัน

ง. 90 วัน

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ก. — พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 18 (1) กำหนดให้แจ้งการเกิดภายใน 15 วันนับแต่วันเกิด ตัวเลข 15 วันยังใช้กับการแจ้งย้ายที่อยู่ตามมาตรา 30 ที่แก้ไขโดยฉบับที่ 3 พ.ศ. 2562 ด้วย

ข้อ 21. มีคนตายในบ้าน เจ้าบ้านต้องแจ้งการตายต่อนายทะเบียนภายในเวลาใด

ก. 12 ชั่วโมงนับแต่เวลาตาย

ข. 3 วันนับแต่เวลาตาย

ค. 24 ชั่วโมงนับแต่เวลาตาย

ง. 15 วันนับแต่เวลาตาย

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ค. — พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร มาตรา 21 (1) กำหนดให้เจ้าบ้านแจ้งภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เวลาตาย ถ้าไม่มีเจ้าบ้าน ผู้พบศพต้องแจ้งภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เวลาพบศพ ส่วนกรณีตายนอกบ้านตามมาตรา 21 (2) ก็ต้องแจ้งภายใน 24 ชั่วโมงเช่นกัน

ภาค 2 · ภาษาอังกฤษ (ข้อ 22–24)

ข้อ 22. Choose the correct answer: “Each of the officers ______ a radio during the patrol.”

ก. have

ข. has

ค. are having

ง. having

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ข. — ประธานของประโยคคือ “Each” ซึ่งเป็นเอกพจน์ ส่วน “of the officers” เป็นเพียงส่วนขยาย กริยาจึงต้องใช้รูปเอกพจน์ has (Grammatical Structure)

ข้อ 23. Choose the most appropriate response.

A: “Excuse me, could you tell me how to get to the police station?”
B: “______”

ก. Yes, I could.

ข. I’m a police officer.

ค. No, thank you.

ง. Go straight and turn left at the bank. It’s next to the post office.

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ง. — “Could you tell me how to get to…” เป็นการถามทาง คำตอบที่เหมาะสมจึงต้องบอกเส้นทาง ข้อ ก. ตอบแค่ว่าทำได้แต่ไม่ให้ข้อมูล ส่วนข้อ ค. เป็นการปฏิเสธข้อเสนอ ไม่ได้ตอบคำถาม (Conversation)

ข้อ 24. Read the notice and answer the question.

NOTICE: The district office will be closed on Monday for system maintenance. Online services will remain available. For urgent matters, please call the hotline.

According to the notice, what will happen on Monday?

ก. The office will be closed, but online services will still be available.

ข. The office will open as usual.

ค. Online services will stop working.

ง. The hotline will not accept calls.

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ก. — ประกาศบอกว่าสำนักงานปิด (will be closed) แต่บริการออนไลน์ยังใช้ได้ (remain available) และถ้ามีเรื่องด่วนให้โทรสายด่วน ข้อ ข. ค. ง. จึงขัดกับประกาศทั้งหมด (Reading Ability)

ตารางเฉลยรวม 24 ข้อ

ข้อ 1–6ข้อ 7–12ข้อ 13–18ข้อ 19–24
1. ข7. ค13. ก19. ง
2. ค8. ค14. ง20. ก
3. ก9. ง15. ข21. ค
4. ง10. ข16. ค22. ข
5. ข11. ค17. ก23. ง
6. ก12. ง18. ข24. ก

💡 ใช้ผลตรวจให้เป็นประโยชน์: 60% ของ 24 ข้อคือประมาณ 15 ข้อ ถ้าได้ไม่ถึง ให้ดูว่าข้อที่ผิดอยู่ในวิชาไหนมากที่สุดแล้วกลับไปทวนวิชานั้นก่อน ชุดนี้ใช้ทบทวนเท่านั้น จึงไม่ควรใช้คะแนนชุดนี้คาดการณ์ผลสอบจริง

แผนอ่าน 8 สัปดาห์ก่อนวันสอบ 29 พ.ย.

จากวันนี้ (8 ต.ค. 69) ถึงวันสอบเหลือราว 7 สัปดาห์ครึ่ง (52 วัน) ถ้าเริ่มช้ากว่าแผน ให้รวบสัปดาห์ที่ 1–2 ไว้ในสัปดาห์แรก แผนนี้เรียงตามจำนวนข้อในประกาศ เริ่มจากวิชาที่ข้อเยอะและต้องอ่านตัวบท ทุกคนปรับตามพื้นฐานของตัวเองได้

สัปดาห์ช่วงวันที่วิชาหลักสิ่งที่ควรทำ
1–23–16 ต.ค.งานสารบรรณ (30 ข้อ)อ่านระเบียบสารบรรณฉบับรวม จดตัวเลขสำคัญ เช่น ชนิดหนังสือ ชั้นความเร็ว อายุการเก็บ การยืม การทำลาย ขนาดตราและกระดาษ แล้วอ่านระเบียบ ตร. ลักษณะที่ 54 ฉบับรวมแก้ไขล่าสุดคู่กัน เพราะเป็นส่วนหนึ่งของวิชานี้
3–417–30 ต.ค.IT และคอมพิวเตอร์สำนักงาน (40 ข้อ)เปิด Word, Excel, PowerPoint ลองทำจริง ทั้งคีย์ลัด สูตรและการอ้างอิงเซลล์ แล้วทบทวนพื้นฐานเครือข่ายและ Social Media
531 ต.ค.–6 พ.ย.กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ (25 ข้อ)ประกาศไม่ได้ระบุรายชื่อกฎหมาย จึงควรอ่านกฎหมายที่ใช้ในชีวิตประจำวันฉบับปัจจุบัน ตัวอย่างในบทความนี้ (การแจ้งเกิด แจ้งตายตาม พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร และอายุสมรสตาม ป.พ.พ.) ทีมงานเลือกมาเอง ไม่ใช่รายชื่อที่ประกาศกำหนด
67–13 พ.ย.ภาค 1 ความสามารถทั่วไป + ภาษาไทย (40 ข้อ)ทบทวนอนุกรม ร้อยละ เซต ความน่าจะเป็น และการอ่านจับใจความ · 13 พ.ย. ตรวจรายชื่อและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ
714–20 พ.ย.ภาษาอังกฤษ (15 ข้อ) + จุดอ่อนทวน Grammar พื้นฐาน ฝึกบทสนทนาและการอ่านประกาศสั้น ๆ แล้วกลับไปซ่อมวิชาที่ยังทำได้น้อย
821–28 พ.ย.ซ้อมเหมือนสอบจริงจับเวลาทำ 150 ข้อใน 3 ชั่วโมงโดยไม่ใช้เครื่องคิดเลข · 28 พ.ย. ดูผังที่นั่ง เตรียมชุดและเอกสาร

💡 ทำทุกวันตลอด 8 สัปดาห์: ฝึกโจทย์ภาค 1 วันละ 10–15 ข้อควบคู่กับวิชาหลักของสัปดาห์นั้น เพราะภาค 1 มีเกณฑ์ขั้นต่ำแยกต่างหาก และทักษะคิดเลขกับการอ่านต้องใช้เวลาสะสม

คำถามที่พบบ่อย

ตอนนี้ยังสมัครสอบนายสิบตำรวจ สายอำนวยการ 2569 ได้อยู่ไหม?

สมัครไม่ได้แล้ว ระบบเปิดรับสมัครวันที่ 2–24 มิ.ย. 2569 และปิดไปแล้ว คนที่สมัครไว้ให้รอประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ วัน เวลา และสถานที่สอบในวันที่ 13 พ.ย. 2569 ส่วนการรับสมัครสายนี้รอบถัดไปยังไม่มีกำหนด รอประกาศอย่างเป็นทางการ

บัตรประจำตัวสอบหายต้องทำอย่างไร?

ถ้าหายก่อนวันสอบข้อเขียน ให้เข้า https://policeadmission.jobthaigov.com เลือกปุ่มพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ กรอกรายละเอียดค้นหาข้อมูลตามหน้าเว็บไซต์ แล้วสั่งพิมพ์ใหม่บนกระดาษ A4 สีขาว ไม่ต้องกรอกข้อมูลใหม่ (ระบบเปิดให้พิมพ์บัตรตั้งแต่ 13 พ.ย. 2569) ถ้าเข้าระบบไม่ได้ โทร 0 2697 0999 กด 1 กด 203 (จันทร์–ศุกร์ 08.30–17.30 น.) ตามข้อ 3.2.2 (11) ของประกาศ

สาย อก. กับสาย พฐ. ข้อสอบต่างกันไหม?

ไม่ต่างกัน ผนวก ฉ ของทั้งสองประกาศตรงกันทุกวิชา ทั้งจำนวนข้อและคะแนน และสอบวันเวลาเดียวกัน สิ่งที่ต่างคือหน่วยงานที่สังกัด จำนวนอัตรา เพศที่รับ หน่วยจัดที่นั่งสอบ และเว็บไซต์ที่ใช้ประกาศผล (สาย พฐ. ดูที่ www.forensic.police.go.th)

สอบได้แล้วได้ยศและตำแหน่งอะไร?

บรรจุเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ชั้นยศสิบตำรวจตรี ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ กลุ่มสายงานอำนวยการและสนับสนุน (สาย พฐ. อยู่ในสายงานวิทยาการ สังกัด สพฐ.ตร.) ส่วนเงินเดือน ประกาศระบุเพียง “รับอัตราเงินเดือนตามคุณวุฒิ” ไม่มีตัวเลข อัตราจริงรอประกาศอย่างเป็นทางการ เงื่อนไขการบรรจุอื่นอยู่ในหัวข้อรอบสองด้านบน

เหลือราว 8 สัปดาห์ก่อนสอบ 29 พ.ย.

ฝึกทำแบบทดสอบเพิ่มได้ที่ Naewsob Quiz

แหล่งอ้างอิง: ระบบรับสมัครสอบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ · ประกาศกองบัญชาการศึกษา (สาย อก.1) 26 พ.ค. 2569 · ประกาศสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สาย พฐ.) 26 พ.ค. 2569 · admission.edupol.org · ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับรวม) · พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 ฉบับรวมแก้ไขถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2562 (กรมการปกครอง) · สาระสำคัญ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2562 · ราชกิจจานุเบกษา: พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 เล่ม 141 ตอนที่ 58 ก (24 ก.ย. 2567) · กรมประชาสัมพันธ์: สรุปกฎหมายสมรสเท่าเทียม · Microsoft Support: Excel formulas · Microsoft Support: Word shortcuts · Microsoft Support: PowerPoint shortcuts

บทความนี้สรุปเพื่อใช้เตรียมสอบ ไม่ใช่ประกาศของทางราชการ ให้ยึดประกาศฉบับเต็มและประกาศที่ สตช. ออกภายหลังเป็นหลัก แนวข้อสอบทั้งหมดทีมงานเขียนขึ้นใหม่ ไม่ใช่ข้อสอบจริง · อัปเดตล่าสุด 8 ตุลาคม 2569