คู่มือสอบครูผู้ช่วย 2569: เตรียมตัวครบ จบทุกภาค (ก, ข, ค)

อัปเดตล่าสุด: 27 เมษายน 2569

สวัสดีครับ ว่าที่ครูผู้ช่วยทุกท่าน! การเดินทางสู่เส้นทางข้าราชการครูกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง สนามสอบครูผู้ช่วยคือประตูด่านสำคัญที่ทุกคนต้องผ่านไปให้ได้ และแน่นอนว่าการเตรียมตัวที่ดีคือหัวใจของความสำเร็จ บทความนี้ naewsob.com ในฐานะเพื่อนร่วมทางของคนสอบราชการ จะขออาสาเป็น คู่มือสอบครูผู้ช่วย ฉบับสมบูรณ์ที่สุดสำหรับปี 2569 ให้กับทุกคนเองครับ

ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มต้น หรือกำลังทบทวนเนื้อหาอย่างเข้มข้น คู่มือฉบับนี้ได้รวบรวมทุกสิ่งที่คุณต้องรู้ ตั้งแต่โครงสร้างการสอบ เกณฑ์การให้คะแนน เจาะลึกเนื้อหาครบทั้ง 3 ภาค คือ ภาค ก, ภาค ข และ ภาค ค พร้อมเทคนิคการเตรียมตัวแบบมืออาชีพที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว รับรองว่าอ่านจบแล้วจะมีแผนการเตรียมตัวที่ชัดเจน พร้อมลงสนามสอบอย่างมั่นใจแน่นอนครับ ถ้าพร้อมแล้ว เรามาเริ่มต้นตะลุยสนามสอบครูผู้ช่วยไปด้วยกันเลย!

คู่มือสอบครูผู้ช่วย 2569 แสดงภาพครูรุ่นใหม่กำลังเตรียมตัวสอบในห้องเรียน

สรุปภาพรวมการสอบครูผู้ช่วย 2569

  • โครงสร้างการสอบ: แบ่งออกเป็น 3 ภาค คือ ภาค ก (ความรู้ความสามารถทั่วไป), ภาค ข (มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ), และ ภาค ค (ความเหมาะสมกับตำแหน่งวิชาชีพ)
  • เกณฑ์การผ่าน: ผู้เข้าสอบต้องได้คะแนนในแต่ละภาค (ภาค ก, ข, ค) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจะถือว่าสอบผ่านและมีสิทธิ์ได้รับการขึ้นบัญชี.
  • ภาค ก และ ข: เป็นการสอบข้อเขียนแบบปรนัย เพื่อวัดความรู้ความสามารถตามหลักสูตรที่กำหนด
  • ภาค ค: เป็นการประเมินจากการสัมภาษณ์, แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio), และการสาธิตการสอน เพื่อดูความเหมาะสมกับวิชาชีพครู.
  • การสมัคร: โดยทั่วไปจะเปิดรับสมัครทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หรือหน่วยงานที่จัดสอบประกาศ.
  • คุณสมบัติสำคัญ: ต้องมีสัญชาติไทย, อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์, มีวุฒิปริญญาตรีทางการศึกษาหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง และมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู.

1. ทำความรู้จัก “การสอบครูผู้ช่วย” คืออะไร?

การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่ง “ครูผู้ช่วย” คือกระบวนการคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและคุณสมบัติเหมาะสมเข้ามาเป็นครูในสังกัดของรัฐ เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.), หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

หัวใจสำคัญของการสอบนี้คือการวัดความสามารถทั้งในด้านความรู้ทั่วไป, ความรู้เฉพาะทางวิชาชีพครู, และความเหมาะสมกับตำแหน่ง ซึ่งสะท้อนผ่านการสอบทั้ง 3 ภาค ได้แก่:

  • ภาค ก: ความรู้ความสามารถทั่วไป (คะแนนเต็ม 200 คะแนน) – เป็นการวัดความรู้พื้นฐานที่ข้าราชการทุกคนพึงมี.
  • ภาค ข: มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ (คะแนนเต็ม 200 คะแนน) – เป็นการวัดความรู้ความเข้าใจในวิชาชีพครูและวิชาเอกที่ตนเองจะสอน.
  • ภาค ค: ความเหมาะสมกับตำแหน่ง วิชาชีพ และการปฏิบัติงานในสถานศึกษา (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) – เป็นการประเมินจากตัวตนของผู้สมัคร ทั้งบุคลิกภาพ, ทัศนคติ, ผลงาน และทักษะการสอน.

การสอบครูผู้ช่วยจึงไม่ใช่แค่การวัดความรู้ในตำรา แต่เป็นการคัดเลือก “แม่พิมพ์ของชาติ” ที่มีคุณภาพและมีความพร้อมในทุกมิติ เพื่อเข้าไปพัฒนาผู้เรียนและยกระดับการศึกษาของประเทศต่อไป

2. ปฏิทินและไทม์ไลน์การสอบครูผู้ช่วย 2569 (คาดการณ์)

โปรดทราบ: รอประกาศอย่างเป็นทางการ

ข้อมูลไทม์ไลน์ด้านล่างนี้เป็นเพียง การคาดการณ์ โดยอ้างอิงจากกำหนดการของปีก่อนๆ (พ.ศ. 2568) เพื่อให้ว่าที่ครูผู้ช่วยได้เตรียมตัวล่วงหน้า. สำหรับกำหนดการที่แน่นอนของปี พ.ศ. 2569 ขอให้ติดตามประกาศจาก สพฐ. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

โดยปกติแล้ว การสอบครูผู้ช่วยรอบทั่วไปของ สพฐ. จะมีไทม์ไลน์ที่ค่อนข้างใกล้เคียงกันในแต่ละปี เพื่อให้เห็นภาพรวมและวางแผนการอ่านหนังสือได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราได้รวบรวมไทม์ไลน์ที่คาดว่าจะเป็นสำหรับปี 2569 มาให้ดังนี้:

กิจกรรมช่วงเวลาที่คาดการณ์ (ปี 2569)
ประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการมิถุนายน – กรกฎาคม
รับสมัครสอบ (ออนไลน์)ช่วงต้น – กลางเดือนกรกฎาคม (ประมาณ 7 วัน).
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ภาค ก และ ภาค ขช่วงปลายเดือนกรกฎาคม
สอบข้อเขียน ภาค ก และ ภาค ขช่วงกลางเดือนสิงหาคม.
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ภาค คช่วงปลายเดือนสิงหาคม.
สอบสัมภาษณ์ ภาค คสิงหาคม – กันยายน (ตามที่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ฯ กำหนด)
ประกาศผลการสอบแข่งขัน (ขึ้นบัญชี)ภายในเดือนกันยายน

Tip: การเตรียมตัวล่วงหน้า

อย่ารอให้ประกาศรับสมัครออกก่อนแล้วจึงเริ่มอ่านหนังสือ! ควรใช้ไทม์ไลน์คาดการณ์นี้วางแผนการอ่านหนังสือตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะวิชาในภาค ก และ ภาค ข ที่มีเนื้อหาค่อนข้างเยอะ การเตรียมตัวก่อนย่อมได้เปรียบเสมอ

3. เจาะลึกเกณฑ์การสอบครูผู้ช่วย ภาค ก (ความรู้ความสามารถทั่วไป)

ภาค ก คือด่านแรกที่วัดความรู้พื้นฐานและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของผู้สมัคร มีคะแนนเต็ม 200 คะแนน และเป็นภาคที่หลายคนมักจะพลาดกันบ่อยครั้ง เนื้อหาการสอบแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ดังนี้.

  1. ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ (100 คะแนน)
    ส่วนนี้เป็นการวัดทักษะการคิดอย่างมีเหตุผลและเป็นระบบ ประกอบด้วย:

    • การคิดวิเคราะห์เชิงภาษา: การทำความเข้าใจ, การตีความ, การสรุปความจากบทความหรือข้อความ
    • การคิดวิเคราะห์เชิงนามธรรม: การหาความสัมพันธ์เชื่อมโยงของคำ, รูปภาพ, สัญลักษณ์ หรืออนุกรม
    • การคิดวิเคราะห์เชิงปริมาณ: การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์พื้นฐาน, การวิเคราะห์ข้อมูลจากตารางหรือกราฟ
  2. ทักษะภาษาอังกฤษ (50 คะแนน)
    วัดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในระดับพื้นฐาน ครอบคลุมเนื้อหา.

    • Conversation: บทสนทนาในสถานการณ์ต่างๆ
    • Vocabulary: คำศัพท์ที่จำเป็น
    • Structure (Grammar): โครงสร้างไวยากรณ์พื้นฐาน
    • Reading Comprehension: การอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ
  3. ความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี (50 คะแนน)
    ส่วนนี้วัดความเข้าใจในหลักการบริหารราชการและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเป็นข้าราชการที่ดี. หัวข้อหลักๆ ได้แก่:

    • พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
    • พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
    • พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
    • พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
    • พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม
    • ประมวลกฎหมายอาญา (ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่)

ข้อควรรู้เกี่ยวกับภาค ก

ผลคะแนนสอบภาค ก ของ ก.พ. ไม่สามารถ นำมาใช้แทนผลการสอบภาค ก ของการสอบครูผู้ช่วยได้ ผู้สมัครทุกคนต้องเข้าสอบภาค ก ที่จัดโดยหน่วยงานผู้จัดสอบเท่านั้น.

4. ตะลุยสนามสอบครูผู้ช่วย ภาค ข (มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ)

ภาค ข ถือเป็นหัวใจสำคัญของการสอบ เพราะเป็นการวัดความรู้ความสามารถที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพครูโดยตรง มีคะแนนเต็ม 200 คะแนนเท่ากับภาค ก แต่เนื้อหาจะเน้นไปที่ความเป็นครูและวิชาเอกที่สมัครสอบ. ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ.

  1. มาตรฐานความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน (75 คะแนน)
    ส่วนนี้จะวัดความรู้ความเข้าใจในศาสตร์การสอนและความเป็นครูยุคใหม่ เนื้อหาจะครอบคลุมหัวข้อต่างๆ เช่น:

    • จิตวิทยาพัฒนาการ และจิตวิทยาการศึกษา
    • หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
    • ศาสตร์การสอน และการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning.
    • การออกแบบและการพัฒนาหลักสูตร
    • สื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการเรียนรู้.
    • การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
    • การวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาผู้เรียน
    • การประกันคุณภาพการศึกษา
  2. ความรู้ในเนื้อหาวิชาที่สอน (วิชาเอก) (100 คะแนน)
    เป็นส่วนที่มีคะแนนเยอะที่สุดในภาค ข และเป็นตัวชี้วัดสำคัญ เนื้อหาจะเจาะลึกตามสาขาวิชาเอกที่ผู้สมัครเลือกสอบ เช่น เอกคณิตศาสตร์, เอกภาษาไทย, เอกปฐมวัย, เอกวิทยาศาสตร์ เป็นต้น. ผู้สมัครต้องมีความแม่นยำในเนื้อหาของตนเองเป็นอย่างดี
  3. ความรู้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน (25 คะแนน)
    ส่วนนี้จะแตกต่างจากกฎหมายในภาค ก โดยจะเน้นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับครูและสถานศึกษาโดยตรง ได้แก่:

    • รัฐธรรมนูญ (ในหมวดที่ว่าด้วยการศึกษา)
    • พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
    • พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
    • พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา.
    • พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก
    • พ.ร.บ.การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ
    • นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี.

5. ด่านสุดท้าย! เตรียมตัวสอบครูผู้ช่วย ภาค ค (ความเหมาะสมกับตำแหน่งวิชาชีพ)

หลังจากผ่านการสอบข้อเขียนสุดหินในภาค ก และ ข มาแล้ว ด่านต่อไปคือ ภาค ค ซึ่งเป็นการประเมินที่ไม่ได้วัดความรู้จากตำรา แต่เป็นการวัด “ความเป็นครู” ที่อยู่ในตัวคุณ มีคะแนนเต็ม 100 คะแนน และมีเกณฑ์ผ่านที่ 60% เช่นกัน. การประเมินในภาคนี้จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ

  1. การสัมภาษณ์ (25 คะแนน)
    กรรมการจะประเมินจากบุคลิกภาพ, ท่วงทีวาจา, วุฒิภาวะทางอารมณ์, การมีปฏิภาณไหวพริบในการแก้ปัญหา, ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์, รวมถึงเจตคติและอุดมการณ์ความเป็นครู. การเตรียมตัวที่ดีคือหัวใจสำคัญ

    • เตรียมการแนะนำตัว: แนะนำตัวเองให้น่าสนใจ, กระชับ, และแสดงถึงความมุ่งมั่น.
    • ศึกษาข้อมูล: หาข้อมูลเกี่ยวกับเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียนที่เราอาจจะได้ไปบรรจุ
    • เตรียมคำตอบ: ฝึกตอบคำถามยอดฮิต เช่น “ทำไมถึงอยากเป็นครู?”, “ครูในอุดมคติของคุณเป็นอย่างไร?”, หรือคำถามเชิงสถานการณ์ในห้องเรียน.
    • การแต่งกาย: แต่งกายสุภาพเรียบร้อย ให้เกียรติสถานที่และกรรมการ.
  2. แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) (25 คะแนน)
    แฟ้มสะสมผลงานคือสิ่งที่บอกเล่าเรื่องราวและศักยภาพของเราได้ดีที่สุด ควรจัดทำอย่างเป็นระบบและนำเสนอผลงานที่โดดเด่น. สิ่งที่ควรมีใน Portfolio ได้แก่:

    • ประวัติส่วนตัวและประวัติการศึกษา
    • ผลงานที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพและวิชาเอก: เช่น แผนการสอน, สื่อการสอน, งานวิจัย, รางวัลที่เคยได้รับ
    • การเข้าถึงชุมชนและการมีจิตสาธารณะ: ภาพกิจกรรมค่ายอาสา, การบำเพ็ญประโยชน์ต่างๆ.
    • วุฒิบัตรการอบรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
  3. การสาธิตการปฏิบัติการสอน (50 คะแนน)
    นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดและมีคะแนนเยอะที่สุดในภาค ค. กรรมการจะประเมินทักษะและศักยภาพในการจัดการเรียนการสอนจริง ผู้เข้าสอบอาจจะต้องนำเสนอแผนการสอนและสาธิตการสอนในหัวข้อที่กำหนดภายในเวลาจำกัด (ประมาณ 15-20 นาที). สิ่งที่กรรมการมองหาคือ:

    • ทักษะการนำเข้าสู่บทเรียน การสรุป และการใช้คำถาม
    • การใช้สื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีประกอบการสอน.
    • การบริหารจัดการชั้นเรียน และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน (สมมติ)
    • ความถูกต้องและแม่นยำในเนื้อหาที่สอน

6. คุณสมบัติผู้สมัครสอบครูผู้ช่วย ต้องมีอะไรบ้าง?

ก่อนที่จะทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการอ่านหนังสือ สิ่งแรกที่ต้องตรวจสอบคือ “คุณสมบัติ” ของตัวเองว่าตรงตามที่กำหนดหรือไม่ เพื่อไม่ให้เสียเวลาและโอกาสไปโดยเปล่าประโยชน์ โดยคุณสมบัติหลักๆ ของผู้มีสิทธิ์สมัครสอบครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) มีดังนี้:

คุณสมบัติทั่วไป (ตามมาตรา 30 พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูฯ).

  • มีสัญชาติไทย.
  • มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์.
  • เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  • ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น.
  • ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้, ไร้ความสามารถ, หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
  • ไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นๆ เช่น ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย, ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ, ไม่เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ เป็นต้น.

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

  • วุฒิการศึกษา: ต้องมีวุฒิปริญญาตรีทางการศึกษา หรือปริญญาอื่นที่ ก.ค.ศ. รับรอง และตรงตามสาขาวิชาเอกที่ประกาศรับสมัคร.
  • ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู: ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือหลักฐานที่ใช้แสดงในการประกอบวิชาชีพครูตามที่คุรุสภาออกให้เพื่อปฏิบัติหน้าที่สอน ที่ยังไม่หมดอายุ.
  • ไม่เป็นพระภิกษุ หรือสามเณร.

ข้อมูลเพิ่มเติม

สำหรับผู้ที่สมัครสอบในกรณีพิเศษ เช่น ครูอัตราจ้างหรือพนักงานราชการ อาจมีหลักเกณฑ์และคุณสมบัติด้านประสบการณ์การทำงานเพิ่มเติม ขอให้ตรวจสอบจากประกาศรับสมัครของ ครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ว6/2569 โดยเฉพาะ.

7. รวมเทคนิคและเคล็ดลับพิชิตสนามสอบครูผู้ช่วย

การมีความรู้แน่นอย่างเดียวอาจไม่พอ การมีกลยุทธ์และเทคนิคที่ดีจะช่วยให้คุณทำคะแนนได้ดีขึ้นและจัดการเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือเคล็ดลับจาก naewsob.com ที่รวบรวมมาให้คุณ

  • วางแผนการอ่านหนังสือให้ดี: แบ่งเวลาในแต่ละวันสำหรับแต่ละวิชา อย่าอ่านแค่วิชาที่ชอบ ให้ความสำคัญกับทุกวิชาตามสัดส่วนคะแนน
  • สรุปเนื้อหาเป็นของตัวเอง: การทำ Short Note หรือ Mind Map จะช่วยให้จดจำเนื้อหาได้ดีและนานขึ้น โดยเฉพาะวิชากฎหมายที่มีรายละเอียดเยอะ
  • ฝึกทำข้อสอบเก่า: หัวใจสำคัญของการเตรียมตัวคือการฝึกทำ แนวข้อสอบครูผู้ช่วย เก่าๆ ให้มากที่สุด เพื่อให้คุ้นเคยกับรูปแบบคำถามและจับเวลาเหมือนสอบจริง
  • ติดตามข่าวสารปัจจุบัน: ภาค ก และ ภาค ข บางส่วนจะมีการออกข้อสอบเกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบัน นโยบายการศึกษาใหม่ๆ หรือยุทธศาสตร์ชาติ ควรอ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้องเสมอ
  • ดูแลสุขภาพให้พร้อม: อย่าหักโหมอ่านหนังสือจนลืมดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจ พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายบ้าง จะช่วยให้สมองปลอดโปร่งและพร้อมรับความรู้ได้ดีขึ้น
  • สร้าง Portfolio ไว้ล่วงหน้า: อย่ารอให้สอบข้อเขียนผ่านก่อนแล้วค่อยทำ เริ่มรวบรวมผลงานและจัดทำแฟ้มสะสมผลงานตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่รีบร้อนและมีเวลาปรับแก้ให้สมบูรณ์ที่สุด

8. ช่องทางการติดตามข่าวสารและสมัครสอบ

เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารสำคัญ กำหนดการ หรือประกาศเปลี่ยนแปลงต่างๆ ควรติดตามข่าวจากแหล่งข้อมูลที่เป็นทางการและน่าเชื่อถือโดยตรง ดังนี้:

  • เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.): https://www.otepc.go.th/
  • เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.): https://www.obec.go.th/
  • เว็บไซต์รับสมัครสอบ: โดยปกติ สพฐ. จะใช้เว็บไซต์รับสมัครงานกลาง เช่น ThaiJobJob ในการเปิดรับสมัคร ซึ่งมักจะเป็นลิงก์เฉพาะกิจในแต่ละปี เช่น obec68.thaijobjob.com สำหรับปี 2568. ขอให้รอลิงก์สำหรับปี 2569 จากประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
  • เว็บไซต์ Naewsob.com: แน่นอนว่าเราจะคอยอัปเดต ปฏิทินสอบราชการ และข่าวสารการสอบครูผู้ช่วยให้คุณทราบอย่างรวดเร็วและแม่นยำเช่นกัน!

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ภาค ก ของ ก.พ. สามารถใช้ยื่นแทนการสอบครูผู้ช่วยได้หรือไม่?

ไม่ได้ การสอบครูผู้ช่วยเป็นการสอบเฉพาะของหน่วยงาน ผู้สมัครทุกคนจะต้องสอบภาค ก ที่จัดขึ้นสำหรับการสอบครูผู้ช่วยโดยเฉพาะ ไม่สามารถนำผลคะแนนของ ก.พ. มาเทียบโอนหรือยื่นแทนได้.

เกณฑ์การผ่านในแต่ละภาคเป็นอย่างไร?

ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สอบแข่งขันได้ จะต้องได้คะแนนในภาค ก, ภาค ข, และ ภาค ค แต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60. หากภาคใดภาคหนึ่งได้คะแนนไม่ถึง 60% จะถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์และไม่มีสิทธิ์ได้รับการขึ้นบัญชี

ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู สามารถสมัครสอบได้หรือไม่?

โดยทั่วไปแล้ว สำหรับการสอบรอบปกติ ผู้สมัครจะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือหลักฐานที่คุรุสภาออกให้ฯ ที่ยังไม่หมดอายุก่อนวันรับสมัครวันสุดท้าย. ยกเว้นในบางสาขาวิชาเอกที่ขาดแคลนเป็นพิเศษ ซึ่งอาจมีข้อยกเว้นตามที่ประกาศกำหนด แต่จะต้องมีใบอนุญาตฯ ก่อนการบรรจุและแต่งตั้ง

สามารถเลือกสมัครสอบได้กี่เขตพื้นที่ และกี่วิชาเอก?

ผู้สมัครสามารถเลือกสมัครสอบได้เพียง 1 เขตพื้นที่การศึกษา และเลือกสมัครในกลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอกได้เพียง 1 สาขาเท่านั้น.

ดูแนวข้อสอบและข่าวสารครูผู้ช่วยทั้งหมด


ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลในบทความนี้รวบรวมขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมตัวสอบเท่านั้น ขอให้ผู้สมัครตรวจสอบข้อมูลจากประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการของหน่วยงานที่จัดสอบอีกครั้งหนึ่ง
อัปเดตข้อมูลล่าสุด: 27 เมษายน 2569