ข้อสอบภาษาไทย ก.พ. ภาค ก 30 ข้อ พร้อมเฉลย 2569



📅 อัปเดตล่าสุด: พฤษภาคม 2569 — สอบ ก.พ. Paper & Pencil วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2569 — ฝึกทำข้อสอบให้ได้คะแนนสูงก่อนสอบจริง

🔴 ภาษาไทย เป็นวิชาที่ผู้สอบหลายคนคิดว่า “ง่าย” แต่จริงๆ แล้วเป็นวิชาที่ทำให้ตกได้บ่อย — เพราะข้อสอบเน้นการ “คิดวิเคราะห์เชิงภาษา” ไม่ใช่แค่ความรู้ไวยากรณ์

ในการสอบ ก.พ. ภาค ก ปี 2569 วิชาภาษาไทยจัดอยู่ในส่วน “ความสามารถในการคิดวิเคราะห์” ออกข้อสอบประมาณ 15 ข้อ คะแนน 30 คะแนน เกณฑ์ผ่านรวมกับคณิตศาสตร์ต้องได้ไม่ต่ำกว่า 60% บทความนี้รวม 30 ข้อ จากทั้ง 3 หมวดที่ออกสอบบ่อย พร้อมเฉลยและคำอธิบายอย่างละเอียด เพื่อให้คุณ ฝึกจับเวลาก่อนสอบจริง และเข้าใจว่าตัวเองตกตรงไหน

ข้อสอบภาษาไทย ก.พ. ภาค ก 30 ข้อ พร้อมเฉลย 2569

ภาพประกอบบทความ

📌 สรุปสำหรับคนรีบ

  • วิชาภาษาไทย ก.พ. ภาค ก = 15 ข้อ 30 คะแนน เน้นการคิดวิเคราะห์เชิงภาษา
  • เกณฑ์ผ่าน: รวมกับคณิตศาสตร์ต้องได้ ไม่น้อยกว่า 60% ของทั้งหมด
  • หมวดที่ออกบ่อย: การใช้คำ, การเรียงประโยค, การอ่านจับใจความ
  • เทคนิค: หา “ประธาน” ของประโยคให้เจอก่อน, อย่ารีบอ่าน
  • บทความนี้มี 30 ข้อจริง + เฉลย + คำอธิบาย ฝึกได้เลย

📑 สารบัญ

  1. ภาษาไทย ก.พ. ภาค ก คืออะไร? เนื้อหา + เกณฑ์ผ่าน
  2. หัวข้อที่ออกบ่อย 3 หมวดหลัก
  3. 📝 ข้อสอบหมวด 1: การใช้คำ + ความหมาย (10 ข้อ)
  4. 📝 ข้อสอบหมวด 2: การเรียงประโยค + การใช้ภาษา (10 ข้อ)
  5. 📝 ข้อสอบหมวด 3: การอ่านจับใจความ + ตีความ (10 ข้อ)
  6. 🎯 เทคนิคทำข้อสอบภาษาไทย ก.พ. ให้ได้คะแนนสูง
  7. ❌ ข้อผิดพลาดที่ทำให้ตกบ่อย
  8. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

📚 ภาษาไทย ก.พ. ภาค ก คืออะไร? เนื้อหา + เกณฑ์ผ่าน

วิชาภาษาไทยในการสอบ ก.พ. ภาค ก จัดอยู่ในกลุ่ม “ความสามารถในการคิดวิเคราะห์” ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วน: คณิตศาสตร์ ภาษาไทย และเหตุผลทั่วไป โดยวิชาภาษาไทยจะวัด ความสามารถในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารและการคิดเชิงเหตุผล มากกว่าการท่องจำหลักไวยากรณ์

รายการรายละเอียด
จำนวนข้อประมาณ 15 ข้อ (รวมในวิชาความสามารถคิดวิเคราะห์)
คะแนน30 คะแนน
เกณฑ์ผ่านรวมกับคณิตศาสตร์ ≥ 60% (ระดับ ป.ตรี-โท), ≥ 50% (ระดับ ปวช.-ปวส.)
เวลาสอบรวมในวิชาคิดวิเคราะห์ (เฉลี่ย ~3-4 นาที/ข้อ)
วันสอบ Paperวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2569

💡 ข้อสังเกต: วิชาภาษาไทยและคณิตศาสตร์รวมเป็นวิชาเดียว เกณฑ์ผ่านจึงคำนวณรวมกัน หมายความว่า ถ้าคณิตศาสตร์อ่อน — ภาษาไทยต้องชดเชยให้ดี (และในทางกลับกัน)

🎯 หัวข้อที่ออกบ่อย 3 หมวดหลัก

จากการวิเคราะห์ข้อสอบ ก.พ. ย้อนหลัง 5 ปี พบว่าข้อสอบภาษาไทยออกใน 3 หมวดนี้แทบทุกปี:

หมวด 1: การใช้คำ + ความหมาย

ออก ~5 ข้อ

— การใช้คำให้ตรงความหมาย
— คำราชาศัพท์ คำสุภาพ
— สำนวน สุภาษิต
— การเลือกใช้คำในบริบท

หมวด 2: การเรียงประโยค

ออก ~5 ข้อ

— การเรียงลำดับข้อความ
— ประโยคถูกหลักภาษา
— การใช้คำเชื่อม
— โครงสร้างประโยคซับซ้อน

หมวด 3: การอ่านบทความ

ออก ~5 ข้อ

— จับใจความสำคัญ
— ตีความบทความสั้น/ยาว
— สรุปข้อความ
— วิเคราะห์เจตนาผู้เขียน

📝 ข้อสอบหมวด 1: การใช้คำ + ความหมาย (10 ข้อ)

ฝึกทำข้อสอบ 10 ข้อแรก เน้นความเข้าใจคำและการเลือกใช้คำให้ตรงบริบท

ข้อ 1. คำว่า “ประจักษ์” ในประโยค “เขาแสดงให้ประจักษ์ชัดถึงความสามารถ” หมายถึงข้อใด

ก. ปรากฏชัด

ข. ปลอมแปลง

ค. ปฏิเสธ

ง. ปิดบัง

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ก. ปรากฏชัด — “ประจักษ์” หมายถึง “ปรากฏชัด มองเห็นได้ชัดเจน” ใช้คู่กับ “ชัด” บ่อย เช่น “หลักฐานประจักษ์ชัด” “ผลงานประจักษ์ชัดต่อสาธารณชน”

ข้อ 2. ข้อใดใช้คำว่า “อนุญาต” ได้ถูกต้องที่สุด

ก. เด็กอนุญาตให้พ่อพาไปเที่ยว

ข. ครูอนุญาตให้นักเรียนกลับบ้านก่อนเวลา

ค. ฝนอนุญาตให้ตกอย่างหนัก

ง. คอมพิวเตอร์อนุญาตให้ทำงาน

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ข. — “อนุญาต” ใช้กับ “ผู้มีอำนาจ” อนุญาตให้ “ผู้อยู่ใต้อำนาจ” กระทำสิ่งใด — ในข้อ ข. ครูคือผู้มีอำนาจ จึงใช้ได้ถูกต้อง ข้อ ก. ผิดเพราะเด็กไม่อยู่ในฐานะอนุญาตพ่อ ข้อ ค./ง. ผิดเพราะใช้กับสิ่งที่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ตัดสินใจได้

ข้อ 3. คำราชาศัพท์ของคำว่า “ป่วย” สำหรับพระภิกษุ คือข้อใด

ก. ทรงพระประชวร

ข. อาพาธ

ค. ประชวร

ง. ทรงไม่สบาย

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ข. อาพาธ — คำราชาศัพท์มี 4 ระดับ: 1) พระมหากษัตริย์/พระราชวงศ์ → ทรงพระประชวร 2) ระดับสูง → ประชวร 3) พระภิกษุ → อาพาธ 4) สามัญชน → ป่วย/ไม่สบาย

ข้อ 4. สำนวน “ขายผ้าเอาหน้ารอด” มีความหมายตรงกับข้อใด

ก. ทำธุรกิจค้าขายเสื้อผ้า

ข. ยอมเสียประโยชน์เพื่อรักษาเกียรติ

ค. หลอกลวงคนอื่นเพื่อตัวเอง

ง. ใช้เงินซื้อชื่อเสียง

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ข. — “ขายผ้าเอาหน้ารอด” หมายถึง ยอมเสียทรัพย์สิน/ผลประโยชน์ เพื่อรักษาเกียรติยศหรือชื่อเสียงของตน เช่น “เขาเอาเงินเก็บทั้งหมดมาจ่ายเพื่อให้งานสำเร็จ — ขายผ้าเอาหน้ารอดแท้ๆ”

ข้อ 5. ข้อใดใช้คำผิดความหมาย

ก. เขาไปเคารพพ่อแม่ทุกวันเสาร์

ข. ฉันดื่มกาแฟตอนเช้า

ค. นักเรียนเรียนหนังสือในห้อง

ง. แม่หุงข้าวให้ลูกกิน

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ก. — “เคารพ” ไม่ใช่กริยาที่ใช้กับการ “ไป” ที่ไหน ที่ถูกต้องคือ “ไปเยี่ยม” หรือ “ไปกราบ” พ่อแม่ ข้อ ข./ค./ง. ใช้คำได้ถูกต้องตรงกับการกระทำ

ข้อ 6. คำว่า “บริบูรณ์” และ “บูรณะ” มีความหมายต่างกันอย่างไร

ก. ความหมายเหมือนกัน

ข. บริบูรณ์ = ครบถ้วน / บูรณะ = ซ่อมแซมให้กลับมาดี

ค. บริบูรณ์ = ซ่อมแซม / บูรณะ = ครบถ้วน

ง. ทั้งสองคำหมายถึงการก่อสร้าง

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ข. — “บริบูรณ์” = ครบถ้วน เต็มเปี่ยม (เช่น มีความสุขบริบูรณ์) “บูรณะ” = ซ่อมแซมหรือฟื้นฟูสิ่งเสียหายให้กลับมาดีเหมือนเดิม (เช่น บูรณะวัด) มาจากรากศัพท์ภาษาบาลี-สันสกฤตเดียวกันแต่ความหมายต่างกัน

ข้อ 7. ข้อใดเป็นการใช้ “ลักษณนาม” ได้ถูกต้อง

ก. ปากกา 3 อัน

ข. หนังสือ 5 ตัว

ค. ช้าง 2 ตัว

ง. เก้าอี้ 4 แท่ง

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ค. — ลักษณนามของสัตว์ใหญ่ทั่วไปคือ “ตัว” (ช้าง 2 ตัว, วัว 3 ตัว) ส่วนข้อ ก. ผิด — ลักษณนามของปากกาคือ “ด้าม” ข้อ ข. ผิด — หนังสือใช้ “เล่ม” ข้อ ง. ผิด — เก้าอี้ใช้ “ตัว”

ข้อ 8. คำที่ขีดเส้นใต้ในประโยค “เธอกระอักกระอ่วนใจที่ต้องตอบคำถามนั้น” หมายถึงข้อใด

ก. โกรธ

ข. ลำบากใจ

ค. ดีใจมาก

ง. รำคาญใจ

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ข. ลำบากใจ — “กระอักกระอ่วน” หมายถึง รู้สึกอึดอัด ลำบากใจ ตัดสินใจไม่ได้ ใช้ในบริบทที่ต้องเลือกหรือทำสิ่งที่ไม่อยากทำ

ข้อ 9. ข้อใดเป็นคำซ้อนที่มีความหมายขัดแย้งกัน

ก. บ้านเรือน

ข. ผิดถูก

ค. เสื้อผ้า

ง. ใหญ่โต

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ข. ผิดถูก — เป็นคำซ้อนแบบ “ขัดแย้ง” (ผิด ≠ ถูก) ส่วน “บ้านเรือน” “เสื้อผ้า” “ใหญ่โต” เป็นคำซ้อนแบบความหมายเสริมกัน (synonym) ไม่ขัดแย้ง

ข้อ 10. คำว่า “วิจารณ์” และ “วิเคราะห์” ต่างกันอย่างไร

ก. วิจารณ์ = แสดงความเห็นเชิงประเมิน / วิเคราะห์ = แยกแยะองค์ประกอบ

ข. วิจารณ์ = ตำหนิ / วิเคราะห์ = ชม

ค. ความหมายเหมือนกัน

ง. วิจารณ์ใช้กับเรื่องดี / วิเคราะห์ใช้กับเรื่องไม่ดี

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ก. — “วิจารณ์” = แสดงความคิดเห็นเชิงประเมิน (ดี/ไม่ดี/เห็นด้วย/ไม่เห็นด้วย) ส่วน “วิเคราะห์” = แยกแยะองค์ประกอบเพื่อทำความเข้าใจ — เป็นกระบวนการคิดที่ต่างกัน

📝 ข้อสอบหมวด 2: การเรียงประโยค + การใช้ภาษา (10 ข้อ)

หมวดนี้วัดความสามารถในการเรียงข้อความให้สื่อความได้ถูกต้องเชื่อมโยงกัน เทคนิคสำคัญ: หา “ประธาน” ของประโยคแรกให้เจอ

ข้อ 11. ข้อใดเรียงประโยคได้ถูกต้องตามลำดับ

(1) จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
(2) ในประเทศไทยมีปัญหาการจราจรหนาแน่น
(3) โดยเฉพาะในเมืองหลวง
(4) และผู้ขับขี่ไม่เคารพกฎจราจร

ก. (1) (2) (3) (4)

ข. (2) (3) (4) (1)

ค. (3) (2) (1) (4)

ง. (2) (4) (3) (1)

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ข. (2) (3) (4) (1) — (2) เปิดประเด็นหลัก → (3) ระบุพื้นที่เจาะจง → (4) เพิ่มเหตุผลที่ขัดแย้ง → (1) ผลลัพธ์ คำเชื่อม “และ” “จึง” บอกใบ้ว่าควรอยู่ตรงไหน

ข้อ 12. ประโยคใดถูกหลักภาษาไทย

ก. เขาทำการตัดสินใจที่จะลาออก

ข. เขาตัดสินใจลาออก

ค. เขาทำการลาออกตัดสินใจ

ง. การที่เขาตัดสินใจลาออกที่ทำการ

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ข. — ภาษาไทยที่ดีต้องกระชับ “ทำการ + กริยา” เป็นโครงสร้างที่เยิ่นเย้อ ใช้กริยาตรงๆ ดีกว่า เช่น “ตัดสินใจ” “วิเคราะห์” “ประชุม” — ไม่ต้องใส่ “ทำการ” หน้า

ข้อ 13. ข้อใดใช้คำเชื่อมได้ถูกต้อง

ก. เขาทำงานหนักแต่ได้ผลตอบแทนสูง

ข. เขาทำงานหนักเพราะได้ผลตอบแทนสูง

ค. เขาทำงานหนักดังนั้นได้ผลตอบแทนสูง

ง. เขาทำงานหนักหรือได้ผลตอบแทนสูง

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ค. — “ดังนั้น” เป็นคำเชื่อมแสดงผลลัพธ์ (ทำงานหนัก → ผลที่ตามมาคือผลตอบแทนสูง) ข้อ ก. “แต่” ใช้กรณีตรงข้าม ข้อ ข. “เพราะ” สลับเหตุผล ข้อ ง. “หรือ” ใช้เลือก

ข้อ 14. ข้อใดเป็นประโยคที่กระชับและสื่อความหมายชัดที่สุด

ก. ในการดำเนินการที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายนั้น เราต้องมีการวางแผนล่วงหน้า

ข. เพื่อบรรลุเป้าหมาย เราต้องวางแผนล่วงหน้า

ค. การวางแผนล่วงหน้าในการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้นต้องทำ

ง. การที่จะบรรลุเป้าหมายเป็นเรื่องที่ต้องวางแผน

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ข. — ภาษาราชการที่ดีต้องกระชับ ไม่ใส่คำเยิ่นเย้อ ข้อ ข. ใช้ 8 คำ สื่อความได้ครบถ้วน ข้ออื่นๆ มีคำเกิน เช่น “ในการดำเนินการที่จะทำให้” “การที่จะ” ที่ตัดได้

ข้อ 15. ประโยคใดใช้สำนวนภาษาไม่ถูกต้อง

ก. เด็กๆ ต่างพากันมาเล่น

ข. เขาเป็นคนที่ดีมาก

ค. ฝนตกหนักทำให้น้ำท่วม

ง. ในการประชุมครั้ง���ี้ในวันนี้

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ง. — “ในการประชุมครั้งนี้ในวันนี้” ซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็น (“ในวันนี้” ซ้ำกับ “ครั้งนี้”) ที่ถูกควรเป็น “ในการประชุมวันนี้” หรือ “ในการประชุมครั้งนี้”

ข้อ 16. ประโยคใดมีโครงสร้าง “ประธาน-กริยา-กรรม” ที่ถูกต้องและครบถ้วน

ก. ในห้องเรียน

ข. นักเรียนอ่านหนังสือ

ค. อย่างขยันขันแข็ง

ง. หนังสือที่อยู่บนโต๊ะ

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ข. — “นักเรียน(ประธาน) อ่าน(กริยา) หนังสือ(กรรม)” ครบทั้ง 3 ส่วน ข้อ ก. เป็นวลีบอกสถานที่ ข้อ ค. เป็นคำขยาย ข้อ ง. เป็นนามวลี

ข้อ 17. ข้อใดเรียงข้อความเป็นเรื่องเล่าที่ต่อเนื่อง

(1) จึงกลับบ้านไปด้วยความสุข
(2) เขาตื่นเช้าไปทำงาน
(3) งานวันนี้สำเร็จเป็นอย่างดี
(4) ระหว่างทางเจอเพื่อนเก่า

ก. (2) (4) (3) (1)

ข. (2) (3) (4) (1)

ค. (4) (2) (3) (1)

ง. (1) (2) (3) (4)

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ก. (2) (4) (3) (1) — เรียงตามลำดับเวลา: ตื่นเช้าไปทำงาน → ระหว่างทางเจอเพื่อน → งานสำเร็จ → กลับบ้าน คำว่า “จึง” ในข้อ (1) บอกว่าเป็นผลลัพธ์ ต้องอยู่ท้ายสุด

ข้อ 18. ข้อใดใช้ระดับภาษาไม่เหมาะกับสถานการณ์ทางการ

ก. กระผมขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วมประชุม

ข. ขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วมการประชุม

ค. ชวนคุณมาประชุมหน่อย

ง. ขอเชิญท่านเข้าร่วมประชุม

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ค. — “ชวน” “หน่อย” เป็นภาษาพูด/ไม่ทางการ ไม่เหมาะกับการเชิญในเอกสารทางการ ข้ออื่นใช้ระดับภาษาทางการได้ถูกต้อง

ข้อ 19. ข้อใดมีการใช้คำซ้ำที่ทำให้ประโยคเยิ่นเย้อ

ก. นโยบายของรัฐบาลในปัจจุบัน

ข. ผลของผลกระทบจากผลการดำเนินงาน

ค. โครงการพัฒนาประเทศ

ง. การประชุมประจำเดือน

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ข. — “ผลของผลกระทบจากผลการดำเนินงาน” ซ้ำคำว่า “ผล” 3 ครั้งโดยไม่จำเป็น ควรเรียบเรียงเป็น “ผลกระทบจากการดำเนินงาน” จะกระชับและเข้าใจง่ายกว่า

ข้อ 20. ประโยคใดกำกวม ตีความได้หลายอย่าง

ก. แม่เห็นลูกอ่านหนังสือในห้อง

ข. ครูสั่งให้นักเรียนทำการบ้าน

ค. ฝนตกหนักมาก

ง. เขามาถึงเมื่อเช้านี้

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ก. — ตีความได้ 2 อย่าง: (1) แม่อยู่ในห้องเห็นลูกอ่านหนังสือ หรือ (2) ลูกอ่านหนังสือในห้อง แม่เห็นจากภายนอก ไม่ชัดเจนว่า “ในห้อง” ขยายอะไร — ภาษาราชการต้องหลีกเลี่ยงประโยคกำกวม

📝 ข้อสอบหมวด 3: การอ่านจับใจความ + ตีความ (10 ข้อ)

หมวดนี้ออกบ่อยที่สุดและคนตกเยอะที่สุด เพราะต้องอ่านบทความแล้วเลือกคำตอบที่ “ตีความถูกต้อง” ไม่ใช่แค่ตอบจากความรู้ทั่วไป

📰 บทความสำหรับข้อ 21-23

“การจราจรในกรุงเทพมหานครเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างมาก ทั้งเรื่องเวลาที่สูญเสียไปบนถนน มลพิษทางอากาศ และความเครียดสะสม รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาด้วยการสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินและทางด่วน แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะจำนวนรถยนต์ที่ออกมาบนท้องถนนเพิ่มขึ้นทุกปี ขณะที่พื้นที่ถนนคงที่ การแก้ปัญหาที่แท้จริงต้องส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะให้มากขึ้น และพัฒนาเมืองให้ผู้คนเดิน-ปั่นจักรยานได้สะดวก”

ข้อ 21. ใจความสำคัญของบทความข้างต้นคือข้อใด

ก. การจราจรในกรุงเทพฯ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต

ข. ปัญหาการจราจรแก้ไขไม่ได้ด้วยการสร้างถนนเพิ่ม ต้องเปลี่ยนวิธีคิด

ค. รัฐบาลควรสร้างรถไฟฟ้าเพิ่ม

ง. คนกรุงเทพฯ มีความเครียดสะสม

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ข. — ใจความสำคัญต้องเป็นภาพรวม ผู้เขียนต้องการสื่อว่าแก้ปัญหาด้วยโครงสร้างพื้นฐานอย่างเดียวไม่พอ ต้องเปลี่ยนวิธีคิด ข้ออื่นเป็นเพียงรายละเอียดส่วนหนึ่ง

ข้อ 22. ผู้เขียนเสนอแนวทางแก้ปัญหาในข้อใด

ก. สร้างรถไฟฟ้าให้มากขึ้น

ข. จำกัดจำนวนรถยนต์

ค. ส่งเสริมขนส่งสาธารณะและพัฒนาเมืองให้เดิน-ปั่นจักรยานสะดวก

ง. ขยายถนนให้กว้างขึ้น

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ค. — ในประโยคสุดท้าย ผู้เขียนเสนอชัด “ส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะให้มากขึ้น และพัฒนาเมืองให้ผู้คนเดิน-ปั่นจักรยานได้สะดวก” ข้อ ก. “สร้างรถไฟฟ้า” ผู้เขียนบอกว่ายังไม่พอ ข้อ ข./ง. ไม่ได้กล่าวถึง

ข้อ 23. คำว่า “เรื้อรัง” ในบทความหมายถึง

ก. เกิดขึ้นใหม่

ข. แก้ไขได้ง่าย

ค. ยืดเยื้อยาวนาน แก้ไม่หาย

ง. เป็นเรื่องเล็กน้อย

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ค. — “เรื้อรัง” หมายถึง ยืดเยื้อยาวนานไม่หายขาด เดิมใช้กับโรคที่รักษาไม่หาย เช่น โรคเรื้อรัง — เมื่อใช้กับปัญหาก็หมายถึงปัญหาที่เป็นมานานและแก้ไม่สำเร็จ

📰 บทความสำหรับข้อ 24-26

“การอ่านหนังสือเป็นพฤติกรรมที่ช่วยพัฒนาสมองมากกว่าที่หลายคนคิด งานวิจัยพบว่า ผู้ที่อ่านหนังสือเป็นประจำมีความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์ลดลงถึง 32% และมีทักษะการคิดวิเคราะห์ที่ดีกว่าคนที่ไม่อ่าน อย่างไรก็ตาม สถิติของสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่าคนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยปีละ 8 เล่ม ขณะที่คนญี่ปุ่นอ่านปีละ 40 เล่ม ซึ่งเป็นช่องว่างที่น่ากังวลในการพัฒนาคุณภาพคนของประเทศ”

ข้อ 24. ผู้เขียนต้องการสื่ออะไรเป็นหลัก

ก. คนไทยอ่านหนังสือน้อยกว่าญี่ปุ่นมาก

ข. การอ่านมีประโยชน์ต่อสมอง

ค. คนไทยอ่านหนังสือน้อย เป็นปัญหาที่ส่งผลต่อพัฒนาการของประเทศ

ง. การป้องกันโรคอัลไซเมอร์ทำได้ด้วยการอ่าน

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ค. — เนื้อหาแบ่งเป็น 2 ส่วน: (1) ประโยชน์ของการอ่าน (2) คนไทยอ่านน้อย และผู้เขียนสรุปว่าเป็น “ช่องว่างที่น่ากังวลในการพัฒนาคุณภาพคน” ใจความหลักคือชี้ให้เห็นปัญหาคนไทยอ่านน้อยส่งผลต่อชาติ

ข้อ 25. ข้อใดถูกต้องตามบทความ

ก. การอ่านลดความเสี่ยงอัลไซเมอร์ 50%

ข. คนไทยอ่านปีละ 40 เล่ม

ค. ผู้อ่านหนังสือเป็นประจำมีทักษะวิเคราะห์ดีกว่า

ง. คนญี่ปุ่นอ่านน้อยกว่าคนไทย

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ค. — บทความระบุชัดว่า “มีทักษะการคิดวิเคราะห์ที่ดีกว่าคนที่ไม่อ่าน” ข้อ ก. ตัวเลข 50% ผิด (จริงคือ 32%) ข้อ ข. คนไทย 8 เล่ม ไม่ใช่ 40 ข้อ ง. ตรงข้ามกับข้อเท็จจริง

ข้อ 26. คำว่า “ช่องว่าง” ในบทความหมายถึง

ก. พื้นที่ว่างเปล่า

ข. ความแตกต่างระหว่างคนไทยกับคนญี่ปุ่นในการอ่าน

ค. ที่นั่งว่างในห้องสมุด

ง. เวลาว่างที่ใช้อ่านหนังสือ

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ข. — “ช่องว่าง” ในบริบทนี้ใช้เปรียบเปรย หมายถึงระยะห่าง/ความแตกต่างระหว่างจำนวนหนังสือที่คนไทยและคนญี่ปุ่นอ่าน (8 vs 40) ตัวเลขห่างกัน 5 เท่า — เป็นการใช้ภาษาเชิงเปรียบเทียบ

📰 บทความสำหรับข้อ 27-30

“ความขัดแย้งในที่ทำงานเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ผู้นำที่ดีต้องสามารถจัดการความขัดแย้งให้กลายเป็นโอกาสในการพัฒนาทีมได้ เคล็ดลับสำคัญคือ การฟังอย่างตั้งใจ — ไม่ใช่แค่ฟังเพื่อโต้กลับ แต่ฟังเพื่อทำความเข้าใจมุมมองของอีกฝ่าย เมื่อทุกคนรู้สึกว่าได้รับการรับฟัง อารมณ์จะสงบลง และเริ่มหาทางออกร่วมกันได้ ผู้นำที่เก่งจึงไม่ใช่คนที่ตัดสินถูก-ผิดเก่ง แต่เป็นคนที่สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคนกล้าพูดความจริง”

ข้อ 27. ใจความหลักของบทความคือ

ก. ความขัดแย้งหลีกเลี่ยงไม่ได้

ข. ผู้นำที่ดีต้องตัดสินถูก-ผิดเก่ง

ค. ทักษะการฟังเป็นกุญแจของผู้นำในการจัดการความขัดแย้ง

ง. ทีมที่ดีไม่มีความขัดแย้ง

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ค. — บทความเน้นเรื่อง “การฟังอย่างตั้งใจ” เป็นกุญแจ และระบุว่าผู้นำที่เก่ง “สร้างพื้นที่ปลอดภัย” ไม่ใช่ตัดสินเก่ง

ข้อ 28. ตามบทความ ผู้นำที่ดีคือ

ก. คนที่ตัดสินถูก-ผิดเก่งและเด็ดขาด

ข. คนที่สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคนกล้าพูดความจริง

ค. คนที่ไม่ให้เกิดความขัดแย้งในทีม

ง. คนที่ฟังเก่งและพูดน้อย

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ข. — บทความระบุชัด “ผู้นำที่เก่งจึงไม่ใช่คนที่ตัดสินถูก-ผิดเก่ง แต่เป็นคนที่สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคนกล้าพูดความจริง”

ข้อ 29. “การฟังอย่างตั้งใจ” ตามบทความหมายถึง

ก. ฟังเพื่อโต้กลับ

ข. ฟังเพื่อทำความเข้าใจมุมมองของอีกฝ่าย

ค. ฟังเพื่อหาจุดอ่อน

ง. ฟังเพื่อให้ดูสุภาพ

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ข. — บทความให้คำนิยามชัด “ไม่ใช่แค่ฟังเพื่อโต้กลับ แต่ฟังเพื่อทำความเข้าใจมุมมองของอีกฝ่าย”

ข้อ 30. ข้อใดสรุปบทความได้ดีที่สุด

ก. ผู้นำที่ดีคือผู้รับฟัง สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ทีมเปลี่ยนความขัดแย้งเป็นโอกาส

ข. ความขัดแย้งทำให้ทีมแตกแยก

ค. ผู้นำต้องเด็ดขาดและฉลาด

ง. ทักษะการพูดสำคัญกว่าทักษะการฟัง

📍 เฉลย + คำอธิบาย

ตอบ ก. — เป็นการสรุปที่ครอบคลุมประเด็นหลัก 3 ส่วน: ผู้นำที่ดี + การรับฟัง + เปลี่ยนความขัดแย้งเป็นโอกาส ข้ออื่นๆ ผิดความหมายหรือไม่ครอบคลุม

🎯 เทคนิคทำข้อสอบภาษาไทย ก.พ. ให้ได้คะแนนสูง

เทคนิคที่ 1: หา “ประธาน” ของประโยคก่อนเสมอ

ในการเรียงประโยค ถ้าหาประธานเจอ จะรู้ทันทีว่าประโยคไหนเปิด ประโยคไหนตาม (มัก ใช้คำว่า “ก็” “และ” “จึง” ในประโยคต่อ)

เทคนิคที่ 2: อ่านคำถามก่อนอ่านบทความ

โดยเฉพาะข้อสอบอ่านบทความยาว ให้อ่านคำถามก่อน แล้วค่อยอ่านบทความเพื่อหาคำตอบ จะเร็วขึ้น 30%

เทคนิคที่ 3: ระวังคำว่า “ไม่” “เว้นแต่” “ยกเว้น”

คำเชิงปฏิเสธในคำถาม (เช่น “ข้อใดไม่ใช่…”) พลาดบ่อย — ขีดเส้นใต้คำพวกนี้ทุกครั้ง

เทคนิคที่ 4: เลือก “ใจความสำคัญ” ที่ครอบคลุมที่สุด

ถ้ามีหลายข้อที่ “ถูก” บางส่วน เลือกข้อที่ครอบคลุมประเด็นหลักทั้งหมด — ไม่ใช่ข้อที่เป็นรายละเอียดย่อย

เทคนิคที่ 5: ภาษาราชการกระชับเสมอ

เลือกประโยคที่สั้นและตรงประเด็น — หลีกเลี่ยงประโยคที่มี “ทำการ” “เป็นเรื่องที่” “ในการที่จะ”

❌ ข้อผิดพลาดที่ทำให้ตกบ่อย

1. ตอบจากความรู้ทั่วไป ไม่ตอบจากบทความ — ในข้ออ่านบทความ ต้องตอบตามที่ผู้เขียนบอกเท่านั้น แม้จะรู้ข้อมูลจริงที่ต่างจากบทความ

2. เลือกคำตอบยาวที่สุดเพราะคิดว่าครอบคลุมที่สุด — บางครั้งคำตอบที่ถูกเป็นข้อสั้นและกระชับ คำตอบยาวอาจเพิ่มข้อมูลที่ผิดเข้ามา

3. รีบอ่าน รีบตอบ — ภาษาไทยต้องอ่านอย่างน้อย 1.5 รอบ รอบแรกหาประธาน รอบสองหาคำตอบ

4. ละเลยคำว่า “ที่สุด” — เช่น “ครอบคลุมที่สุด” “ถูกต้องที่สุด” — หมายความว่าอาจมีคำตอบหลายข้อที่ถูก แต่ต้องเลือกข้อที่ดีที่สุด

❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

วิชาภาษาไทย ก.พ. ออกกี่ข้อ?

ประมาณ 15 ข้อ คะแนน 30 คะแนน รวมในวิชา “ความสามารถในการคิดวิเคราะห์” ร่วมกับคณิตศาสตร์และเหตุผล

เกณฑ์ผ่านวิชาภาษาไทยเป็นเท่าไหร่?

ไม่มีเกณฑ์เฉพาะวิชา — รวมกับคณิตศาสตร์ต้องได้ ≥ 60% (ระดับ ป.ตรี-โท) หรือ ≥ 50% (ระดับ ปวช.-ปวส.)

ต้องท่องไวยากรณ์ขึ้นใจหรือไม่?

ไม่จำเป็น — ข้อสอบเน้น “การคิดวิเคราะห์เชิงภาษา” ไม่ใช่ท่องหลักภาษา แต่ควรเข้าใจพื้นฐาน เช่น คำราชาศัพท์ ลักษณนาม การเรียงประโยค

ใช้เวลาเตรียมตัวภาษาไทยกี่ชั่วโมง?

โดยเฉลี่ย 15-25 ชั่วโมง สำหรับคนที่อ่านภาษาไทยเป็นประจำ ส่วนใหญ่ของเวลาควรใช้ฝึกข้อสอบจริง 100+ ข้อ มากกว่าอ่านทฤษฎี

ข้อสอบจริง 5 ก.ค. 69 จะยากกว่านี้หรือไม่?

ระดับความยากใกล้เคียงกัน — บทความนี้สร้างขึ้นตามแนวข้อสอบจริง 5 ปีย้อนหลัง ฝึกชุดนี้ให้แม่นยำเป็นพื้นฐานที่ดี

มีบทความฝึกวิชาอื่นไหม?

มี — ดูข้อสอบภาษาอังกฤษ ก.พ. และข้อสอบความสามารถทั่วไป

📅 พร้อมสอบ ก.พ. Paper 5 ก.ค. 69 หรือยัง?

ติดตามแนวข้อสอบใหม่ + เทคนิคเตรียมตัวที่เพจ Facebook

📘 ติดตามเพจ @examthai

📚 บทความที่เกี่ยวข้อง

อ้างอิงข้อมูลแนวข้อสอบจากสำนักงาน ก.พ. (ocsc.go.th) และเว็บสมัครสอบ ก.พ. (job3.ocsc.go.th) — ข้อสอบฝึกในบทความนี้สร้างขึ้นใหม่ตามแนวข้อสอบจริง อัปเดต พฤษภาคม 2569