แจกตารางอ่านหนังสือ ก.พ. 60 วัน (Paper 2569) พิชิตข้อสอบฉบับมือใหม่

อัปเดตล่าสุด: 27 เมษายน 2569

สวัสดีครับ ว่าที่ข้าราชการทุกท่าน! การสอบ ก.พ. ภาค ก ถือเป็นด่านแรกที่สำคัญที่สุดสำหรับเส้นทางสู่การเป็นข้าราชการ หลายคนอาจจะรู้สึกกังวล โดยเฉพาะมือใหม่ที่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี ไม่ต้องห่วงครับ! วันนี้พี่แอดมินจาก naewsob.com ได้จัดทำ ตารางอ่านหนังสือ ก.พ. แบบจัดเต็ม 60 วัน สำหรับการสอบแบบ Paper & Pencil ประจำปี 2569 มาให้แล้วครับ

แผนการอ่านนี้ออกแบบมาสำหรับคนที่มีเวลาเตรียมตัว 2 เดือนโดยเฉพาะ เน้นให้เข้าใจง่าย ทำตามได้จริง แม้ไม่มีพื้นฐานก็สามารถเริ่มต้นจากศูนย์และก้าวไปสู่สนามสอบได้อย่างมั่นใจ เราจะมาปูพื้นฐาน ทำความเข้าใจโครงสร้างข้อสอบ ไปจนถึงตะลุยโจทย์และทบทวนโค้งสุดท้ายกันแบบวันต่อวัน ถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มต้นวางแผนพิชิตฝันข้าราชการไปด้วยกันเลยครับ!

ภาพประกอบตารางอ่านหนังสือ ก.พ. 60 วันสำหรับเตรียมสอบข้าราชการ

สรุปภาพรวมแผนพิชิต ก.พ. 60 วัน

  • เป้าหมาย: เตรียมความพร้อมสำหรับการสอบ ก.พ. ภาค ก (Paper & Pencil) ประจำปี 2569 โดยมีวันสอบเป้าหมายคือ 5 กรกฎาคม 2569 (เป็นวันสมมติเพื่อการวางแผน)
  • เหมาะสำหรับ: ผู้เริ่มต้นที่ยังไม่มีประสบการณ์ หรือผู้ที่ต้องการแผนการอ่านที่ชัดเจนและเป็นระบบ
  • เนื้อหาครอบคลุม: ครบทั้ง 3 วิชาหลัก ได้แก่ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์, ภาษาอังกฤษ และความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี (กฎหมาย)
  • โครงสร้างแผน: แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ปูพื้นฐาน (4 สัปดาห์), ตะลุยโจทย์ (3 สัปดาห์), และทบทวนโค้งสุดท้าย (1 สัปดาห์)
  • หัวใจสำคัญ: เน้นความสม่ำเสมอ การฝึกทำโจทย์เก่า และการบริหารเวลา
  • คำแนะนำ: ยืดหยุ่นตารางได้ตามจุดแข็ง-จุดอ่อนของตนเอง และควรพักผ่อนให้เพียงพอ

ข้อควรทราบเกี่ยวกับวันสอบ ก.พ. 2569

ณ วันที่จัดทำบทความนี้ (27 เมษายน 2569) สำนักงาน ก.พ. ยังไม่ได้ประกาศวันสอบที่แน่นอน สำหรับการสอบแบบ Paper & Pencil ประจำปี 2569 โดยปกติมักจะจัดสอบช่วงเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 ที่ใช้ในบทความนี้เป็นเพียง วันสอบสมมติ เพื่อใช้เป็นหมุดหมายในการวางแผนตารางอ่านหนังสือ 60 วันเท่านั้น

แนะนำให้ผู้สมัครทุกท่านติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.พ. ที่ job3.ocsc.go.th อย่างสม่ำเสมอ

1. รู้ก่อนเริ่ม! โครงสร้างข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. 2569 มีอะไรบ้าง?

ก่อนจะเริ่มวางตารางอ่านหนังสือ ก.พ. เราต้องรู้จักหน้าตาและโครงสร้างของข้อสอบกันก่อน เพื่อให้เตรียมตัวได้ตรงจุดที่สุด การสอบ ก.พ. ภาค ก. เป็นการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ประกอบด้วย 3 วิชาหลัก รวม 100 ข้อ คะแนนเต็ม 200 คะแนน ซึ่งผู้เข้าสอบจะต้องสอบผ่านเกณฑ์ที่กำหนดในทุกวิชาจึงจะถือว่าสอบผ่าน

วิชาจำนวนข้อคะแนนเต็มเกณฑ์ผ่าน (ระดับ ป.ตรี)
1. วิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์
(คณิตศาสตร์ และ ภาษาไทย)
50100ต้องได้ 60% ขึ้นไป (60 คะแนน)
2. วิชาภาษาอังกฤษ2550ต้องได้ 50% ขึ้นไป (25 คะแนน)
3. วิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี
(กฎหมาย)
2550ต้องได้ 60% ขึ้นไป (30 คะแนน)

Tip: ต้องผ่านทุกวิชา!

ย้ำอีกครั้ง! การสอบ ก.พ. ภาค ก. มีเงื่อนไขว่า ต้องสอบผ่านเกณฑ์ในทุกวิชา หากมีวิชาใดวิชาหนึ่งได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด จะถือว่าสอบไม่ผ่านทันที แม้คะแนนรวมจะสูงก็ตาม ดังนั้นการวางแผนอ่านหนังสือจึงต้องให้ความสำคัญกับทุกวิชาอย่างสมดุล

2. หัวใจของการวาง ‘ตารางอ่านหนังสือ ก.พ.’ ให้สำเร็จ

การมีตารางที่ดีเป็นแค่จุดเริ่มต้น แต่การทำตามตารางให้สำเร็จต้องอาศัยวินัยและเทคนิคที่ดี นี่คือหลักการสำคัญที่จะช่วยให้แผน 60 วันของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุด:

  • ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความหักโหม: อ่านหนังสือทุกวัน วันละ 2-3 ชั่วโมง ดีกว่าอ่านรวดเดียว 10 ชั่วโมงในวันหยุด การทำอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ความรู้ซึมซับได้ดีกว่าและไม่ทำให้เหนื่อยล้าจนเกินไป
  • รู้จักจุดแข็ง-จุดอ่อนของตัวเอง: หลังจากลองทำข้อสอบเก่าครั้งแรก ให้วิเคราะห์ว่าวิชาไหนคือจุดอ่อนของคุณ ในตารางอาจจะต้องให้เวลากับวิชานั้นๆ มากขึ้นเป็นพิเศษ
  • อย่าแค่ “อ่าน” แต่ต้อง “ฝึกทำ”: การสอบ ก.พ. เน้นการแก้ปัญหาและการบริหารเวลา การอ่านเนื้อหาเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องฝึกทำโจทย์เก่าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับแนวข้อสอบและฝึกจับเวลา
  • สรุปเป็นภาษาของตัวเอง: หลังอ่านจบในแต่ละหัวข้อ ลองจดสรุปสั้นๆ (Short Note) ด้วยคำพูดของตัวเอง จะช่วยให้จดจำเนื้อหาได้แม่นยำและยาวนานขึ้น
  • อย่าลืมวันพัก: ในตารางจะเห็นว่ามีวันพัก (Rest Day) กำหนดไว้ เพื่อให้สมองได้พักผ่อนและรีเฟรช การพักผ่อนที่เพียงพอจะช่วยให้การเรียนรู้ในวันถัดไปมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ยืดหยุ่นได้เสมอ: ตารางนี้เป็นเพียงแนวทาง คุณสามารถปรับเปลี่ยนลำดับวิชาหรือเนื้อหาได้ตามความเหมาะสมกับตารางชีวิตและสไตล์การเรียนรู้ของคุณเอง

3. แจกฟรี! ตารางอ่านหนังสือ ก.พ. 60 วัน พิชิตสอบ 5 ก.ค. 69

และนี่คือส่วนที่ทุกคนรอคอย! ตารางอ่านหนังสือ 60 วันที่แบ่งออกเป็น 3 ระยะอย่างชัดเจน เริ่มนับถอยหลังกันได้เลย!

ระยะที่ 1: ปูพื้นฐานและทำความเข้าใจ (สัปดาห์ที่ 1 – 4)

ช่วง 4 สัปดาห์แรก เราจะเน้นการทำความเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดของแต่ละวิชาเป็นหลัก ยังไม่ต้องกังวลเรื่องความเร็วในการทำโจทย์ แต่ให้เน้นที่ความเข้าใจคอนเซ็ปต์สำคัญ

สัปดาห์เป้าหมายหลักวิชาที่เน้น
1
(~ 7 พ.ค. – 13 พ.ค.)
ทำ Pre-test เพื่อวัดระดับตัวเอง
ปูพื้นฐานคณิตศาสตร์ (อนุกรม, คณิตทั่วไป)
คณิตศาสตร์, ภาษาอังกฤษ (Grammar)
2
(~ 14 พ.ค. – 20 พ.ค.)
ทำความเข้าใจคณิตศาสตร์ (ตาราง, เงื่อนไขสัญลักษณ์)
เริ่มอ่านกฎหมายฉบับแรก
คณิตศาสตร์, กฎหมาย, ภาษาอังกฤษ (Vocab)
3
(~ 21 พ.ค. – 27 พ.ค.)
เก็บเนื้อหาภาษาไทย (อุปมาอุปไมย, เรียงประโยค)
อ่านกฎหมายฉบับที่ 2-3
ภาษาไทย, กฎหมาย, ภาษาอังกฤษ (Reading)
4
(~ 28 พ.ค. – 3 มิ.ย.)
เก็บเนื้อหาที่เหลือ (เงื่อนไขภาษา, สรุปความ)
อ่านกฎหมายให้ครบทุกฉบับ
ภาษาไทย, กฎหมาย, ภาษาอังกฤษ (Conversation)

ระยะที่ 2: ตะลุยโจทย์และจับเวลา (สัปดาห์ที่ 5 – 7)

เมื่อเรามีพื้นฐานที่แน่นแล้ว ช่วงนี้คือเวลาของการฝึกฝนอย่างจริงจัง ให้เริ่มทำข้อสอบเก่าหรือแนวข้อสอบแบบจับเวลาเสมือนจริง เพื่อสร้างความคุ้นเคยและฝึกบริหารเวลาในห้องสอบ

สัปดาห์เป้าหมายหลักกิจกรรมเสริม
5
(~ 4 มิ.ย. – 10 มิ.ย.)
เริ่มตะลุยโจทย์คณิตศาสตร์และภาษาไทย แยกตามหัวข้อทบทวนสรุปกฎหมาย, ท่องศัพท์อังกฤษ
6
(~ 11 มิ.ย. – 17 มิ.ย.)
ตะลุยโจทย์ภาษาอังกฤษและกฎหมาย แยกตามหัวข้อกลับไปทบทวนหัวข้อคณิตที่ไม่ถนัด
7
(~ 18 มิ.ย. – 24 มิ.ย.)
ทำข้อสอบเสมือนจริง (Mock Exam) แบบเต็มชุด จับเวลาวิเคราะห์ข้อผิดพลาดจาก Mock Exam และกลับไปทบทวนเรื่องนั้นๆ

ระยะที่ 3: ทบทวนโค้งสุดท้าย (สัปดาห์ที่ 8)

สัปดาห์สุดท้ายก่อนสอบ เราจะไม่ยัดเยียดเนื้อหาใหม่อีกแล้ว แต่จะเน้นการทบทวนภาพรวมทั้งหมด ทบทวนจุดที่เคยทำผิด และเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ

วันกิจกรรม
7 วันก่อนสอบ (28 มิ.ย.)ทำ Mock Exam อีก 1 ชุด / ทบทวน Short Note ทั้งหมด
6 วันก่อนสอบ (29 มิ.ย.)ทบทวนเฉพาะจุดที่ผิดบ่อยในวิชาคิดวิเคราะห์
5 วันก่อนสอบ (30 มิ.ย.)ทบทวนกฎหมายทั้งหมด และศัพท์ภาษาอังกฤษ
4 วันก่อนสอบ (1 ก.ค.)อ่านสรุปภาพรวมทุกวิชาแบบเร็วๆ
3 วันก่อนสอบ (2 ก.ค.)พักผ่อน / อ่านเฉพาะส่วนที่ไม่มั่นใจจริงๆ
2 วันก่อนสอบ (3 ก.ค.)เตรียมเอกสารและอุปกรณ์สำหรับวันสอบ
1 วันก่อนสอบ (4 ก.ค.)หยุดอ่าน! พักผ่อนให้เต็มที่ ทำใจให้สบาย นอนหลับให้เพียงพอ

4. เจาะลึกรายวิชา: ควรเน้นอะไรเป็นพิเศษ?

เพื่อให้การอ่านตามตารางมีทิศทางมากขึ้น เรามาเจาะลึกกันว่าในแต่ละวิชาควรให้ความสำคัญกับเรื่องอะไรบ้าง

วิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ (100 คะแนน)

  • คณิตศาสตร์: หัวข้อที่ออกแน่นอนและคะแนนเยอะคือ เงื่อนไขสัญลักษณ์ (ประมาณ 10 ข้อ) ควรฝึกให้คล่อง ส่วนอนุกรม, ตาราง, และคณิตทั่วไป เป็นส่วนที่เก็บคะแนนได้ไม่ยากหากเข้าใจหลักการ
  • ภาษาไทย: หัวข้อที่ต้องฝึกฝนคือ การสรุปความ/จับใจความจากบทความยาวๆ และการเรียงประโยค ส่วนอุปมาอุปไมยและเงื่อนไขภาษาต้องอาศัยการตีความและฝึกฝนบ่อยๆ

วิชาภาษาอังกฤษ (50 คะแนน)

  • Vocabulary & Conversation: เป็นส่วนที่ออกบ่อยและเก็บคะแนนง่ายที่สุด ควรท่องศัพท์ที่เจอบ่อยๆ และฝึกทำโจทย์บทสนทนา
  • Reading: พาร์ทอ่านจับใจความจะมีบทความมาให้อ่านและตอบคำถาม เทคนิคคือควรอ่านคำถามก่อนแล้วค่อยกลับไปหาคำตอบในบทความ จะช่วยประหยัดเวลาได้มาก
  • Grammar: เน้นเรื่องพื้นฐาน เช่น Tenses, Subject-Verb Agreement, Conjunctions ไม่ต้องเจาะลึกถึงไวยากรณ์ที่ซับซ้อนมากนัก

วิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี (50 คะแนน)

  • วิชานี้คือการท่องจำและทำความเข้าใจล้วนๆ หัวใจสำคัญคือการอ่านและสรุปเนื้อหาของกฎหมายแต่ละฉบับที่ออกสอบ
  • กฎหมายที่ออกสอบบ่อยและมีสัดส่วนคะแนนเยอะ ได้แก่ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และ พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
  • การฝึกทำโจทย์จะช่วยให้เห็นภาพว่าข้อสอบมักจะถามในประเด็นไหนของแต่ละมาตรา

5. เทคนิคเสริม เพิ่มประสิทธิภาพการอ่านให้เต็มร้อย

นอกจากการทำตามตารางแล้ว ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเตรียมตัวของคุณ

  • เทคนิค Pomodoro: ตั้งเวลาอ่าน 25 นาที แล้วพัก 5 นาที ทำครบ 4 รอบแล้วพักยาว 15-30 นาที เทคนิคนี้ช่วยให้มีสมาธิจดจ่อและลดอาการเบิร์นเอาท์ได้ดี
  • หาแหล่งเรียนรู้เสริม: ปัจจุบันมีคลิปติวฟรีใน YouTube มากมายที่สอนเทคนิคและสรุปเนื้อหาได้เข้าใจง่าย ลองใช้เป็นเครื่องมือเสริมจากการอ่านหนังสือได้
  • จับกลุ่มติวกับเพื่อน: การมีเพื่อนช่วยติวหรือแลกเปลี่ยนความรู้ จะทำให้เราเข้าใจในมุมมองที่ต่างออกไปและช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดหายได้
  • ดูแลสุขภาพ: อย่าลืมทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเบาๆ และนอนหลับให้เพียงพอ สุขภาพกายที่ดีส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของสมอง

6. เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าห้องสอบจริง

เมื่อความรู้พร้อมแล้ว สิ่งสุดท้ายที่ต้องเตรียมคือความพร้อมสำหรับวันสอบจริง

  • เอกสารสำคัญ: เตรียมบัตรประจำตัวประชาชน (หรือบัตรที่ทางราชการออกให้ มีเลข 13 หลักและรูปถ่ายชัดเจน) และบัตรประจำตัวสอบ พิมพ์ออกมาให้พร้อม
  • การแต่งกาย: แต่งกายสุภาพเรียบร้อยเหมือนไปติดต่อราชการทั่วไป เช่น เสื้อมีแขน กางเกงขายาว รองเท้าหุ้มส้น
  • อุปกรณ์: ดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และนาฬิกาข้อมือ (แบบเข็มธรรมดาเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ใช้ Smart Watch)
  • ศึกษาเส้นทาง: ตรวจสอบสนามสอบและวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ควรไปถึงสนามสอบก่อนเวลาอย่างน้อย 30-45 นาที

7. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: ไม่มีพื้นฐานเลย ทำตามตารางนี้จะทันไหม?

ทันแน่นอนครับ ตารางนี้ถูกออกแบบมาสำหรับผู้เริ่มต้นโดยเฉพาะ ในช่วง 4 สัปดาห์แรกจะเน้นการปูพื้นฐานให้แน่นก่อนไปตะลุยโจทย์ ขอเพียงแค่มีวินัยและทำตามแผนอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถเตรียมตัวทันได้อย่างแน่นอนครับ

Q2: ควรเริ่มทำข้อสอบเก่าตั้งแต่เมื่อไหร่?

แนะนำให้ทำข้อสอบเก่าครั้งแรก (Pre-test) ตั้งแต่สัปดาห์แรกเพื่อประเมินตัวเอง จากนั้นเมื่อเรียนเนื้อหาพื้นฐานครบใน 1 เดือนแรกแล้ว ให้เริ่มตะลุยโจทย์และทำข้อสอบเก่าแบบจับเวลาจริงจังในสัปดาห์ที่ 5 เป็นต้นไปครับ

Q3: ถ้าทำงานประจำไปด้วย ควรจัดเวลาอย่างไร?

สำหรับคนทำงานประจำ แนะนำให้แบ่งเวลาอ่านเป็น 2 ช่วง คือช่วงเช้าก่อนไปทำงาน (ประมาณ 1 ชั่วโมง) และช่วงเย็นหลังเลิกงาน (ประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง) และใช้เวลาในวันหยุดสุดสัปดาห์ให้มากขึ้นสำหรับทบทวนและทำโจทย์ยาวๆ หัวใจสำคัญคือการจัดลำดับความสำคัญและใช้เวลาทุกนาทีให้คุ้มค่าที่สุดครับ

Q4: หนังสือรับรองผลสอบ ก.พ. ภาค ก. มีอายุกี่ปี?

หนังสือรับรองผลการสอบผ่าน ก.พ. ภาค ก. สามารถใช้ได้ตลอดชีพ หรือจนกว่าสำนักงาน ก.พ. จะมีประกาศเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นครับ สอบผ่านครั้งเดียว ใช้ยื่นสมัครสอบภาค ข. ได้ตลอดเลยครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง


Disclaimer: ข้อมูลในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมตัวสอบเท่านั้น กำหนดการและรายละเอียดการสอบอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์สำนักงาน ก.พ. (ocsc.go.th) อีกครั้ง | อัปเดตล่าสุด: 27 เมษายน 2569